Tuesday, December 29, 2015

ร่างการเปลี่ยน ฮอโมนก็เปลี่ยน

ร่างการเปลี่ยน ฮอโมนก็เปลี่ยน
ในร่างกายของเรามีฮอร์โมนหลายอย่างที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา แต่บ้างครั้งพวกฮอโมนเหล่านี้ก็ส่งผลให้กับร่างกายได้เช่น กัน การส่งผลเหล่านี้ บางที่ก็ไม่ได้ส่งผลดีมากนัก อย่างเช่นการกินยาคุมกำเนิด ฮอโมนจะมีการปรับตัวใหม่ บางคนก็มีอาการอ้วนขึ้น บางคนก็มีอาการ คลื่นใส่ เวียนศีรษะ และบางคนก็มีอาการผมหงอกด้วยเช่นกัน 
ในเรื่องของการปรับฮอร์โมน จะมีการปรับเปลี่ยนของร่างการหลายอย่าง ต้องคอยสังเกตว่า มีผลกระทบแบบไหนบ้าง ยิ่งสำหรับสาว ๆ ด้วยแล้วการเปลี่ยนแปลงเรื่องเหล่านี้ จะผลผลไม่ดีต่อร่างกาย อย่างการกินยาคุม ในช่วงแรก ต้องพยายามสังเกตว่า เรามีน้ำหนักตัวมากขึ้นหรือเปล่า หมั่นชั่งน้ำหนักบ่อยๆ และ ต้องมีการตรวจดูร่างกายกันบ้าง อย่างในสวนของหน้าตา มีอาการบวมขึ้นหรือไม่ แล้วสีผมมีการเปลี่ยนสีหรือเปล่า ถ้ามีอาการเหล่านี้มาก ๆ ต้องทำการเปลี่ยนการกินยาคุมหรือหยุดกินยาคุมกำเนิดสักระยะดูว่ามาจากเรื่องเหล่านี้จริงหรือไม่   ถ้าได้ลองเปลี่ยนหรือหยุดแล้วหายก็ต้องหาทางคุมกำเนิดกันใหม่จะใช้แบบฉีด หรือ แบบอื่น ๆก็ดูตามความเหมาะกับเรา
การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนต่าง ๆ ของร่างกาย จะส่งผลทันที ยิ่งเป็นส่วนของทางด้านเส้นผม หรือ ทำให้ผมหงอกด้วยแล้วนั้นยิ่งเป็นการทำให้เสียบุคลิกเป็นอย่างมากต้องทำการแก้ไข หรือหาทางแก้ไขกันให้เร็วที่สุด เพราะถ้าผมเราหงอกแล้ว ก็จะไม่เกิดความมั่นใจทำอะไรก็ประหม่า ยิ่งทำงานเป็นพนักงานที่ต้องใช้หน้าตาเป็นหลักยิ่งต้องดูแลกันอย่างดี

กำจัดขนรักแร้ให้สิ้นซากด้วยครีมกำจัดขน

กำจัดขนรักแร้ให้สิ้นซากด้วยครีมกำจัดขน
http://stopgrow.lnwshop.com/
มีสาวๆ จำนวนไม่ใช่น้อยที่ไม่กล้ายกวงแขนหรือใส่เสื้อแขนกุดโชว์แขนที่เรียวสวย เพราะมีขนรักแร้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ผู้ช่วยแสนดีอย่างครีมกำจัดขนมาช่วยจัดการขนเหล่านี้ให้หลุดออกไปแบบถอนรากถอนโคน จะได้กล้าโชว์ผิวเนียนเรียบใต้วงแขนได้อย่างมั่นใจ
ขนรักแร้เกิดจากฮอร์โมน Androgen ที่ผลิตออกมาจากต่อมหมวกไต ซึ่งจำนวนเส้นขนจะมีมาก-น้อย หรือสีเข้มแค่ไหน ขึ้นอยู่กรรมพันธุ์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยขนรักแร้มีหน้าที่ช่วยดูดซับเหงื่อ ระบายความร้อน ป้องกันความเย็น ลดการเสียดสี และช่วยกระจายกลิ่นของฟีโรโมนที่ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของฝ่ายตรงข้าม แต่หากไม่ดูแลทำควาามสะอาดขนอย่างถูกวิธีจะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ เพราะเหงื่อที่ถูกขับออกมาตามรูขุมขนจะก่อให้เกิดแบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียดังกล่าวจะกินเซลล์ที่ตายแล้วเป็นอาหาร จากนั้นจะปล่อยกรดพิเศษชนิดหนึ่งออกมาทำให้เกิดกลิ่นตัวได้

การใช้ครีมกำจัดขนถือว่าเป็นวิธีจัดการขนวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะใช้ง่าย ไม่เจ็บ และประหยัดเวลา โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนกล่องผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ด้วยการบีบเนื้อครีมลงบนบริเวณที่ต้องการกำจัดขน ปล่อยทิ้งไว้ 3 นาที เพื่อให้เนื้อครีมซึมเข้าไปจัดการขนใต้ผิวหนัง ทำให้ขนหลุดออกมา จากนั้นใช้ไม้พายที่แนบมาในกล่องผลิตภัณฑ์ปาดครีมออกตามแนวย้อนเส้นขน ซึ่งการกำจัดขนวิธีนี้จะช่วยทำให้ขนที่ขึ้นใหม่อ่อนนุ่มกว่าเก่า การใช้ครีมกำจัดขนควรมีการเว้นระยะอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ แล้วจึงค่อยกำจัดขนครั้งถัดไป
การใช้ครีมกำจัดขนควรใช้อย่างระมัดระวัง อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเกินกว่าคำแนะนำบนกล่องผลิตภัณฑ์เด็ดขาด เพราะจะทำให้ผิวบริเวณใต้วงแขนเกิดการระคายเคืองได้

เรื่องของการนอนดึก ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าจะทำให้ขอบตาช้ำและดำ

นอนดึก ขอบตาดำแน่นอน

เรื่องของการนอนดึก ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าจะทำให้ขอบตาช้ำและดำ แต่หลาย ๆคนก็แก้ปัญหาไม่ได้  พยายามหาทางเลี่ยงแล้วเลี่ยงอีก ก็ยังแกปัญหานอนดึกไม่ได้สักที  ไม่ว่าจะพยายามไม่ดูละคร ก็แล้ว ไม่ดูทีวีก็แล้ว แต่ก็ยังไม่พ้น เรื่องของโลกโซเชียว ที่ขาดไม่ได้ แม้แต่นาทีเดียว เครื่องดังเมื่อไหร่ ก็ต้องหยิบมาดู เป็นอันไม่ได้หลับไม่ได้นอนกัน   บางคนก็ทำใจได้บ้าง ก็ปิดเสียง แต่พอผ่านไปแค่ ไม่ถึง 10 นาที ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเปิดดูสักหน่อย   แทนที่จะได้พักผ่อน กลับกลายต้องมาคอยเฝ้าเจ้ามือถือว่าใครจะ เฟส หรือ ไลน์มาคุยกับเราบ้าง  ก็กลายเป็นแบบเดิม นอนดึกทุกคืน

เรื่องของการนอนดึกถามว่าแค่ไหนนอนดึกแล้วทำให้ขอบตาดำ ในความเป็นจริงแล้ว เราควรจะเข้านอนไม่เกิน 4 ทุ่ม หรือ 10 นาฬิกาของทุกคืน และตื่นให้พอเหมาะก็ประมาณ 6 โมงเช้า สมองจะได้รักการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และ หน้าตาก็จะสดชื่น ขอบตาก็จะไม่ดำ แค่ทำแบบนี้ อาทิตย์ละ 5 วันก็ดีแล้ว แต่สำหรับบางท่านบอกว่า  เปลี่ยนเป็นมานอนสักเที่ยงคืนแล้วก็ตื่น สาย ๆ หน่อยได้ไหม จะได้มีเวลานอนเท่า ๆ กัน ในความเป็นจริงแล้ว ถ้านับตามช่วงโมงก็ถือว่านอนได้อย่างเพียงพอ แต่ในความเป็นจริง ร่างกายต้องการพักผ่อนตามเวลาที่เหมาะสมมากกว่า จึงทำให้ไม่ได้ส่งผลดี ต่อสภาพร่างกายและหน้าตามากนัก ไม่ว่าอย่างไร ขอบตาคุณก็จะดำอย่างแน่นอน

เมื่อพูดถึงขนสำหรับสาว ๆ แล้ว อาจเป็นของต้องห้ามที่ไม่ควรมีให้เห็น

วิธีง่าย ๆ ในการกำจัดขนอย่างธรรมชาติ
         เมื่อพูดถึงขนสำหรับสาว ๆ แล้ว อาจเป็นของต้องห้ามที่ไม่ควรมีให้เห็นหรือเกิดขึ้นโดยเฉพาะบริเวณรักแร้ เพราะนอกจากจะดูไม่สวยงามแล้ว ยังทำให้ดูเป็นสาวสกปรกและไม่สวยงามสมหญิงอีกด้วย ซึ่งวิธีการกำจัดขนของสาว ๆ สมัยนี้นั้นมีมากมายหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ซึ่งวิธีหนึ่งที่เราจะขอแนะนำเพื่อการกำจัดขนให้กับสาว ๆ คือ การกำจัดขนด้วยวิธีธรรมชาติ
         สำหรับวิธีในการกำจัดขนอย่างธรรมชาตินั้น เป็นวิธีการกำจัดขนแบบง่าย ๆ ที่สาว ๆ หรือแม้แต่หนุ่ม ๆ ที่ไม่ชื่นชอบการมีขนใต้รักแร้สามารถใช้เพื่อกำจัดขนของตนเองได้ ซึ่งส่วนผสมสำคัญของวิธีนี้ คือ น้ำมะนาวน้ำตาลทรายแดง และผ้าฝ้าย เพียงนำน้ำตาลทรายแดงผสมกับน้ำมะนาว แล้วนำไปตั้งไฟอ่อน ๆ จากนั้นเคี่ยวจนเป็นสีเหลืองทองคล้ายน้ำผึ้ง ระวังอย่าให้แข็งหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย จากนั้นนำมาทาที่รักแร้ หรือจะใช้กำจัดขนบริเวณอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ โดยทาไปในแนวเดียวกันกับเส้นขน ทิ้งไว้สักพักแล้วดึงย้อนขน อาจมีอาการเจ็บคันเล็กน้อย แต่รับประกันว่านอกจากขนจะหลุดหมดจดแล้ว คุณสมบัติของน้ำมะนาวยังช่วยให้รักแร้หรือผิวหนังบริเวณที่แว็กขนเป็นสีขาวและเรียบเนียนอีกด้วย
         เห็นหรือไม่ว่าการกำจัดขนด้วยวิธีธรรมชาตินี้ นอกจากจะได้ผลดีแล้ว ยังประหยัดและช่วยบำรุงผิวพรรณบริเวณที่กำจัดขนให้ขาวนวลเนียนและนุ่มนวลมากขึ้น สูตรไม่ลับดี ๆ อย่างนี้คงรอช้าไม่ได้อีกแล้ว...

http://www.kalohair.com/

Sunday, November 22, 2015

โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องให้การดูแลรักษาในระยะยาว

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหรับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องให้การดูแลรักษาในระยะยาว ยาที่ใช้ในการรักษามีราคาแพงจึงมีผลกระทบต่อผู้ป่วย ญาติพี่น้อง และประเทศชาติโดยรวม ผลการศึกษาเมื่อ พ.ศ. 2538 พบว่าค่าใช้จ่ายซึ่งรวมค่ายาและค่าแพทย์ของผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินในทวีปยุโรป เท่ากับ 160 เหรียญยูโรต่อคนต่อปี ส่วนในสหรัฐอเมริกาเท่ากับ 800 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี การป้องกันจึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้
1.     การเกา แกะ และขูดบริเวณแผล ให้ผู้ป่วยทานยาแก้คันเพื่อระงับอาการคัน
2.     การย้อมผม ไม่ใช้สารเคมี
3.    การรับประทานน้ำมันพืช
4.     อาหารที่มีรสหวานจัด
5.     งดอาหารทะเล ทานแต่ปลา 
6.    งดเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
7.     งดของหมักดองทุกอย่าง รวมทั้งขนมจีน
8.    งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีก
9.    งดอาหารที่ผสมนมวัว
10.อาหารที่มีกลูเตนสูง เช่น ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้างบาร์เลย์ ข้าไรน์
11.  ขนมปังเพราะมีส่วนผสมของยีสท์
12.  น้ำอัดลม น้ำหวาน 
13.สัตว์ปีกทุกชนิด นก เป็ด ไก่ ห่าน
14.  เห็ดทุกชนิด
15.  เครื่องในสัตว์ทุกชนิด
ควรหาวิธีจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวล ด้วยการนั่งสมาธิ ฝึกกำหนดลมหายใจ          หรือทำงานอดิเรกที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง และควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกมองโลกในแง่บวก ทำจิตใจให้แจ่มใส ผ่อนคลาย ออกกำลังกายอย่างน้อย 15 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง เพิ่มอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่นน้ำใบบัวบก ย่านาง เก๊กฮวย จับเลี้ยง น้ำถั่วเขียว เพื่อดับร้อนในร่างกาย ดื่มแทนน้ำทุกวันจะดีมาก   ไม่ใส่น้ำตาลหรือน้ำตาลน้อย

อาการของโรคด่างขาวจะมีลักษณะเป็นผื่นราบสีขาว ขอบเขตชัดเจน

อาการของโรคด่างขาว
อาการโดยทั่วไปของโรคด่างขาว จะมีลักษณะเป็นผื่นราบสีขาว ขอบเขตชัดเจน มีรูปร่างไม่แน่นอนและมีขนาดต่าง ๆ กันไปตั้งแต่ 1 ซม. ถึง 10 ซม. ซึ่งอาจเกิดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของผิวกายก็ได้ แต่มักจะเกิดตรงบริเวณหน้า ริมฝีปาก คอ หลังมือ และหลังเท้า โดยมากจะมีลักษณะการกระจายตัวเหมือน ๆ กันทั้ง 2 ข้างของร่างกาย ขอบของวงด่างขาว จะมีลักษณะโค้งหรือนูนออก จึงทำให้ผิวหนังส่วนที่ปกติที่อยู่โดยรอบมีลักษณะตรงกันข้าม คือ เว้าเข้า ขนหรือผมที่ขึ้นอยู่ในรอยด่างขาวจะกลายเป็นสีขาวเช่นกัน รอยด่างขาว เมื่อถูกแดด มักจะมีอาการแพ้แดดได้ง่าย ทำให้ออกแดงและแสบร้อนได้ แต่โดยปกติ จะไม่มีอาการคัน หรือปวดแสบปวดร้อนแต่อย่างไร และยังมีการรับรู้ความรู้สึกได้เป็นปกติ รอยด่างขาวมักจะลามออกไปอย่างช้า ๆ      บางคนจะเป็นเฉพาะที่ แต่บางคนอาจมีรอยด่างขาวกระจายไปเกือบทั่วตัว ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคด้วย
โรคด่างขาวเป็นคนละชนิดกับเกลื้อน โรคเรื้อน และกลากน้ำนม เพราะโรคด่างขาวมักจะขึ้นกระจายเหมือนกันทั้งสองข้างของร่างกาย มีขอบเขตชัดเจน ไม่คัน ไม่ชา และมักจะเป็นเรื้อรังตลอดชีวิต เกลื้อนมักขึ้นเป็นรอยแต้ม ๆ มีขุยบาง ๆ และหลุดออกเมื่อใช้เล็บขูด เมื่อใช้ยารักษา เกลื้อนจะหายเป็นพัก ๆ โรคเรื้อนจะเป็นวงด่างไม่มีขน ไม่มีเหงื่อ และชา ส่วนกลากน้ำนมมักพบในเด็กวัยรุ่น วงด่าง มีขอบเขตไม่ชัดเจนและ         มีขุยบาง ๆ เมื่อโตขึ้นจะหายเอง

การเที่ยวตามแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ก็ทำให้ขอบตาดำได้เช่นกัน แม้คุณจะอ้างว่า กลับไม่ดึก

เที่ยวแหล่งบันเทิง แม้กลับไม่ดึก ก็ขอบตาดำได้
การเที่ยวตามแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ก็ทำให้ขอบตาดำได้เช่นกัน แม้คุณจะอ้างว่า กลับไม่ดึก ยังคงเข้านอนก่อน เที่ยงคืนก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ตามแหล่งบันเทิงต่าง ๆ ก็มีสิ่งอันตรายที่คุณคาดไม่ถึง ส่งผลทำให้ขอบตาคุณดำได้เป็นอย่างดี แถมยังทำให้สายตาของคุณเสียอีกด้วย  นั้นก็คือ แสงต่าง ๆตามสถานบันเทิง
ด้วยแสงเหล่านี้จะมีการกระพริบ และ มีสีสันที่ทำให้สายตาของเราต้องทำงานอย่างนัก ในการรับแสงและต้องมาวิเคราะห์แสงว่าแสงนั้นสีอะไร แสงนี้สีอะไร แล้วบางที แสงต่าง ๆ ก็ยังมีการหมุนตัว ทำให้แสงเหล่านั้นกระทบกับดวงตาของเรา ทำให้ดวงตาและรอบดวงตาทำงานหนัก ขอบตาก็คล้ำได้ไม่ยากนัก คุณจะรู้ตัวก็ต้องเมื่อคุณได้ล้างเครื่องสำอางออกไปแล้วเท่านั้น  และยิ่งคุณใช้เครื่องสำอางปิดมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งส่งผลร้ายตามกันมา  เมื่อขอบตาคุณดำมาก ๆ เข้า ขอบตาก็จะเริ่มมีอาการที่หลายๆ คนเรียกว่า ขอบตายาน นั้นคือ มีรอยขอบตาคล้ายกับคนแก่ที่ ขอบตาด้านล่างจะมีสภาพของหนังที่แห้งไม่มีน้ำมีนวล มีรอยเหี่ยวย่น เป็นอย่างมาก  ถ้าสังเกตดี ๆ จะผมว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของเม็ดสีบริเวณนั้นตามมาหรือเรียกว่า ฝ้า นั้นเอง   
ฝ้าเหล่านี้ก็เกิดมาจากแสงที่ตามสถานบันเทิงต่าง ๆ ได้ส่องลงมากระทบกับใบหน้าเราบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีความร้อน แต่มันก็ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้เช่นกัน   อันตรายในภัยเงียบปล่อยประละเลยไม่ได้