Showing posts with label โรคด่างขาว. Show all posts
Showing posts with label โรคด่างขาว. Show all posts

Thursday, May 18, 2017

ด่างขาว หรือ Vitiligoเป็นโรคผิวหนังที่พบในเด็กที่กำลังจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น

5  วิธีในการรักษาเมื่อลูกเป็นโรคด่างขาว

ด่างขาว หรือ Vitiligoเป็นโรคผิวหนังที่พบในเด็กที่กำลังจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่วนหนึ่งจะมีประวัติครอบครัวที่เป็นโรคด่างขาว  สาเหตุเกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดสีผิว (melanocyte) ถูกทำลาย

ลักษณะของโรคด่างขาว มีผื่นจะเป็นวงสีขาว อาจมีขอบเรียบหรือขอบหยัก  พบได้ทุกบริเวณของร่างกาย โดยจะพบมากในบริเวณที่โดนแสงแดด  และมักพบบริเวณใบหน้า รอบดวงตา ปลายนิ้วมือ และยังทำให้ขนที่อยู่บริเวณที่เป็นด่างขาวมีสีขาว มีลักษณะต่างจากกลาก เกลื้อน หรือกลากน้ำนม

วิธีรักษาโรคด่างขาว 
1.  รักษาด้วยทายาคอร์ติโคสเตียรอยด์
ได้ผลในคนไข้บางราย แต่ต้องในปริมาณยาที่เหมาะสม เนื่องจากยามีผลข้างเคียงจึงควรใช้อย่างระมัดระวัง
2.  รักษาด้วยใช้ยากระตุ้นการทำงานและการแบ่งตัวของเซลล์
ช่วยสร้างเม็ดสีเมื่อได้รับแสงอัลตราไวโอเลต โดยรับประทานยาหรือทายาแล้วไปตากแดดหรือฉายแสง
3.  รักษาด้วยการให้ยาในกลุ่ม pimecrolimus  และ  tacrolimus
ใช้ได้ผลในการรักษาด่างขาวบริเวณใบหน้าและคอ
4.  รักษาด้วยการฉายแสงอาทิตย์เทียม
โดยใช้รังสียูวีกระตุ้นเซลล์สร้างสีให้ทำงาน   การรักษามีแบบที่ใช้การทายาหรือกินยา แล้วฉายแสงยูวีเอ (Photochemotherapy PUVA) ซึ่งอาจมีผลข้างเคียง เช่น แสบ คัน และมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนัง จึงไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี
5.  รักษาด้วยการปลูกถ่ายผิวหนัง
ทำโดยตัดผิวหนังบริเวณที่เซลล์สีปกติมาปลูกบริเวณที่เป็นด่างขาว (skin grafts) การรักษาวิธีนี้ทำได้ค่อนข้างยากและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
โรคด่างขาวในเด็กนั้นจะรักษาค่อนข้างยาก  และมีโอกาสน้อยที่จะหายได้เองตามธรรมชาติ ต้องใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนาน และอาจมีผลข้างเคียงจากยาได้ สิ่งสำคัญคู่ไปกับการรักษา คือต้องหลีกเลี่ยงแดดจัด ๆ เพราะบริเวณที่เป็นโรคด่างขาว มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าบริเวณอื่น ๆ 


Tuesday, March 21, 2017

หลายคนคงเคยเห็นโรคด่างขาวมาบ้าง โดยอาจจะมีเพื่อนหรือญาติที่เป็นโรคนี้

เทคนิคการดูแลรักษาอาการของโรคด่างขาว  เป็นได้  หายได้  ไม่น่ากลัว  ไม่ต้องกังวล
หลายคนคงเคยเห็นโรคด่างขาวมาบ้าง โดยอาจจะมีเพื่อนหรือญาติที่เป็นโรคนี้ ซึ่งโรคด่างขาวไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่ใช่โรคติดต่อรวมถึงไม่มีอันตรายอีกด้วยแต่ก็จะมีข้อเสียบ้างก็เฉพาะในด้านความสวยงามเท่านั้น

โรคด่างขาวเกิดขึ้นได้อย่างไร?
สีผิวของคนเรานั้นอาจเปลี่ยนเป็นรอยด่างขาวได้จากหลายสาเหตุ เช่น เป็นเชื้อรา  เป็นปาน หรือรอยที่ผิวหายจากผิวอักเสบ หรือผิวหลุดออกจากถูกไฟลวก ถูกสารเคมี กรดด่าง หรือยาฟอกสีผิว หรือโรคของระบบภายในร่างกาย ก็ทำให้เกิดผิวด่างขาวได้ 

การดูแลรักษา
อันตรายของโรคด่างขาวอาจเกิดจากการรักษาไม่ถูกต้อง ซึ่งนอกจากโรคจะไม่หายแล้วยังทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียเงินค่ารักษาแพงเกินความจำเป็นอีกด้วย การรักษานั้นมีทั้งยากินและทา  ทั้งนี้ต้องมีการตากแดดร่วมด้วย จึงจะมีการกระตุ้นเซลล์ให้ผลิตสีได้ 

วิธีรักษา
วิธีรักษานั้น ให้ทายาบริเวณที่เป็น หลังจากที่ทายาแล้วประมาณครึ่งชั่วโมงจึงไปตากแดด โดยนั่งให้แดดส่องบริเวณที่เป็นด่างประมาณ 10 – 15  นาที ในกรณีที่ผู้เป็นโรคด่างขาวไม่สะดวกที่จะตากแดด ก็อาจใช้วิธีฉายแสงแทน โดยให้ผู้ป่วยเข้ารับการฉายแสงจากตู้ฉายแสงที่โรงพยาบาลที่มีบริการชนิดนี้

ระยะเวลาในการรักษา
ถ้าการรักษาได้ผลจะมีจุดสีดำเกิดขึ้นบริเวณที่เป็นโรคด่างขาว มักเกิดบริเวณรอบรูขุมขนก่อน  ส่วนในรายที่การรักษาด้วยยาทาไม่ได้ผลหรือในรายที่เป็นมาก ก็อาจจำเป็นที่จะต้องใช้ยากิน ระยะเวลาของการรักษาอาจกินเวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปี

สรุปว่าโรคด่างขาวนี้เป็นโรคที่หายยาก การรักษาไม่สามารถทำให้โรคหายทุกราย จะหายได้ในบางรายเท่านั้น วิธีช่วยเมื่อการรักษาไม่ได้ผลคือการปกปิดรอยด่างด้วยเครื่องสำอางซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องความสวยงามได้

Wednesday, January 4, 2017

ภาวะที่ผิวหนังบางส่วนกลายเป็นรอยด่างขาวจึงถูกเรียกว่า โรคด่างขาว (Vitiligo)

ความรู้เรื่องโรคด่างขาวเป็นความขาวที่ไม่มีใครต้องการ
ภาวะที่ผิวหนังบางส่วนกลายเป็นรอยด่างขาวจึงถูกเรียกว่า โรคด่างขาว (Vitiligo)  เนื่องจากผิวหนังส่วนนั้นไม่มีเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) จึงไม่สามารถสร้างเม็ดสี (Pigment) ได้อย่างเป็นปกติเหมือนกับผิวหนังส่วนที่อยู่โดยรอบ

โรคด่างขาวเป็นโรคที่พบได้ประมาณ 1-2% ของประชากรทั่วโลก ที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่จะพบได้มากในช่วงอายุ 10-30 ปี  อาจจะเป็นขึ้นมาในช่วงอายุเท่าใดก็ได้ ซึ่งโดยมากมักจะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย  เนื่องจากผู้หญิงมักให้ความสนใจและพบแพทย์มากกว่าเพศชาย จึงทำให้พบได้มากกว่า

อาการของโรคด่างขาว
อาการของโรคด่างขาวนั้นจะมีรอยด่างสีขาวมีขอบเขตชัดเจนเกิดขึ้นบริเวณผิวหนังโดยที่ไม่มีอาการผื่นคันนำมาก่อน (ในขณะที่ผิวส่วนอื่นจะยังมีลักษณะเป็นปกติทุกอย่าง) รูปร่างของรอยด่างขาวจะมีลักษณะที่ไม่แน่นอน โดยอาจเป็นรูปวงกลม รูปวงรี หรืออาจจะเป็นเส้นยาวก็ได้  และมีขนาดที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ 1-10 เซนติเมตร อาจมีเพียงวงเดียวหรือหลายวงกระจายไปทั่วตัวและอาจจะขึ้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของผิวหนังก็ได้

โดยมากรอยโรคด่างขาวจะขึ้นกระจายตัวทั้ง ข้างของร่างกายอย่างสมมาตรกัน เช่น ถ้าขึ้นที่หลังมือก็มักจะขึ้นพร้อมกันทั้งมือซ้ายและมือขวา แต่ก็มีบ้างในบางรายอาจพบขึ้นเพียงซีกเดียวของร่างกาย เช่น บนหน้าผาก แก้ม ปาก ไหล่ หน้าอก หรือหน้าท้อง เป็นต้น


ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคด่างขาวได้ เพราะยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด อีกทั้งโรคนี้ยังมีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมด้วย เพราะฉะนั้นจึงทำได้แค่คอยสังเกตร่างกายตัวเองว่ามีรอยโรคที่เป็นรอยด่างขาวเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าหากมีให้รีบพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษาที่เหมาะสมต่อไป 

Thursday, December 15, 2016

การที่จะบอกถึงวิธีการป้องกันโรคด่างขาวได้นั้น สิ่งที่ต้องรู้เป็นประการแรกคือ

ป้องกันโรคด่างขาวได้อย่างไร ควรพบแพทย์เมื่อไหร่
            การที่จะบอกถึงวิธีการป้องกันโรคด่างขาวได้นั้น สิ่งที่ต้องรู้เป็นประการแรกคือสาเหตุของการเกิดโรคนั่นเองครับสำหรับโรคด่างขาว เป็นโรคชนิดหนึ่งที่ทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุของการเกิดโรคได้อย่างชัดเจน ซึ่งในปัจจุบันมีเพียงความเห็นของแพทย์บางส่วนที่ออกมาพูดถึงทฤษฎีของการเกิดโรคชนิดนี้ โดยแพทย์ส่วนหนึ่งเห็นว่าโรคชนิดนี้เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมนุษย์ เป็นเหตุให้เซลล์เม็ดสีบริเวณผิวหนังที่เกิดโรคถูกทำลาย จนเกิดเป็นรอยด่างขาวอย่างที่เห็นกัน นอกจากนี้ยังมีความเห็นบางส่วน เห็นว่าโรคด่างขาว เกิดจากสารที่มาจากกระบวนการสร้างสีเป็นพิษต่อเซลล์เม็ดสี ทำให้เกิดรอยด่างขาวบนผิวหนัง และยังมีอีกส่วนหนึ่งมองว่าโรคชนิดนี้เกิดจากกลไกในการเกิดอนุมูลอิสระนั่นเอง
                แต่อย่างไรก็ดี ความเห็นเหล่านี้เป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่สามารถมีใครออกมายืนยันถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคด่างขาวได้ครับ  และนอกจากนี้ยังพบว่าโรคด่างขาวเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องพันธุกรรมอีกด้วย กล่าวคือ หากใครคนใดคนหนึ่งในตระกูลเป็นโรคชนิดนี้ โรคดังกล่าวจะมีโอกาสถ่ายทอดไปยังรุ่นต่างๆของครอบครัวได้อีกด้วย
                 

Thursday, November 24, 2016

บางคนมักเข้าใจผิดเมื่อเห็นโรคด่างขาวแล้วมักจะกลัวว่าเป็นโรคเรื้อน

เทคนิคการสร้างภูมิคุ้มกันโรคด่างขาวเป็นโรคที่ไม่อันตรายแต่หายยาก
บางคนมักเข้าใจผิดเมื่อเห็นโรคด่างขาวแล้วมักจะกลัวว่าเป็นโรคเรื้อนซึ่งเป็นโรคติดต่อมีอาการผิวด่างและเนื้อชา แต่รอยด่างในโรคเรื้อนจะไม่ขาวจัดเท่ากับรอยโรคด่างขาว เพราะในโรคเรื้อนมีการทำลายเม็ดสีบางส่วนเท่านั้น
โรคด่างขาวไม่ใช่โรคติดต่อ
โรคด่างขาวนั้นไม่ใช่โรคติดต่อดังนั้นจึงสบายใจได้  แต่อาจจะมีกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องได้ และสามารถลุกลามได้ เช่น ขยายขนาดกว้างขึ้น หรือมีวงใหม่เกิดขึ้นในบริเวณข้างเคียง หรือเกิดขึ้นที่อื่นบริเวณใดก็ได้ ซึ่งบางคนเกิดรอยด่างขาวขึ้นบริเวณที่มีรอยขูดขีด หรือตามรอยบาดแผล  เป็นต้น              
การดูแลเมื่อเป็นโรคด่างขาว
ส่วนเรื่องของการดูแลรักษา มีทั้งยากินและทา ยาดังกล่าวมีชื่อว่า โซลาเรน ซึ่งใช้ได้ทั้งกินและทา  ถ้าหากการรักษาได้ผลจะมีจุดสีดำเกิดขึ้นบริเวณที่ด่าง มักเกิดบริเวณรอบ ๆ รูขุมขนก่อน สีดำที่เกิดใหม่อาจเกิดบริเวณขอบทำให้ขนาดของรอยด่างแคบลง ในรายที่การรักษาด้วยยาทาไม่ได้ผลหรือในรายที่เป็นมาก อาจจำเป็นต้องใช้ยากิน ระยะเวลาของการรักษาอาจกินเวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปีแล้วแต่อาการของแต่ละคน
       
การรักษาจะได้ผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่ามีอาการมากหรือน้อย และขึ้นอยู่กับบริเวณที่เป็นโรคด่างขาวนั้นด้วย บางแห่งเป็นแล้วหายยาก เช่น บริเวณมือและเท้า และที่สำคัญ โรคนี้เป็นโรคที่หายยาก การรักษาไม่สามารถทำให้โรคหายได้ทุกราย จะหายได้ในบางรายเท่านั้น วิธีช่วยเมื่อการรักษาไม่ได้ผลคือการปกปิดรอยด่างด้วยเครื่องสำอางซึ่งจะแก้ปัญหาเรื่องความสวยงามได้

Tuesday, November 15, 2016

ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แม้โรคด่างขาวจะมีวิธีการรักษาที่ค่อนข้างหลากหลายอยู่พอสมควร

การดูแลตัวเองสำหรับผู้เป็นโรคด่างขาว
                      ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว แม้โรคด่างขาวจะมีวิธีการรักษาที่ค่อนข้างหลากหลายอยู่พอสมควร แต่ท่านรู้หรือไม่ครับ สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคด่างขาวบางคนนั้น ไม่จำเป็นต้องรักษา ก็สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้เป็นปกติ ทั้งนี้เพราะโรคชนิดนี้มิได้ส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของผู้ติดโรคแต่อย่างใด  ซึ่งคนที่เป็นโรคชนิดนี้และอาจไม่ต้องรับการรักษาคือผู้ที่มีผิวขาวนั่นเองครับทั้งนี้เพราะสีผิวที่ขาวกับรอยด่างบนผิวหนังจะมีสีที่ใกล้เคียงกัน  ดังนั้นเพียงผู้ป่วยหลีกเลี่ยงแสงแดดที่จะทำให้สีผิวปกติหมองคล้ำ หรือใช้ครีมกันแดดชนิดที่มีSPF30 หรือมากกว่านั้น เพื่อป้องกันผิวปกติของตนไม่ให้มีสีเข้มไปกว่าเดิม เพียงเท่านี้รอยด่างบนผิวหนังของท่านก็จะมีลักษณะกลมกลืนกันผิวที่แท้จริงจนไม่สามารถแยกออกได้ว่าเป็นโรคด่างขาว และนอกจากวิธีการป้องกันดังกล่าวแล้ว ท่านอาจใช้เครื่องสำอางในการปกปิดรอยด่างขาวบางส่วน ที่มีสีขาวค่อนข้างเข้มได้อีกวิธีหนึ่งครับ
                    แต่อย่างไรก็ดี ผู้ที่เป็นโรคด่างขาวก็ต้องมีวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้องด้วยนะครับแม้โรคชนิดนี้จะไม่ส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตของผู้ป่วยก็ตาม แต่หากท่านปล่อยปละละเลยไม่ดูแลตัวเองจนโรคลุกลามไปทั่วทั้งตัว มันจะส่งผลต่อความมั่นใจของตัวท่านเอง และจะมีผลในการดำรงชีวิตอย่างแน่นอนครับ….และวิธีการดูแลตัวเองที่ถูกต้องของผู้ป่วยโรคนี้ คือ ท่านต้องระวังตัวเองมิให้เกิดรอยขูดขีด หรือรอยกระแทกบนผิวหนัง เพราะแผลเหล่านั้นอาจทำให้มีรอยด่างขาวเกิดใหม่ หรือแพร่กระจายไปได้ครับ และอีกประการหนึ่งคือ การระวังมิให้รอยด่างขาวบนผิวหนังถูกแสงแดดจัด ทั้งนี้เพราะบริเวณรอยเหล่านั้นไม่มีเม็ดสีนั่นเอง หากได้รับแสงแดดมากๆอาจเกิดเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ครับ

Monday, October 24, 2016

มื่อกล่าวถึงโรคด่างขาวคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงผิวตรงส่วนที่เป็นสีขาว ๆ

เทคนิคการสังเกตบริเวณที่มักเกิดโรคด่างขาว
เมื่อกล่าวถึงโรคด่างขาวคนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงผิวตรงส่วนที่เป็นสีขาว ๆ ที่เกิดขึ้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งโรคด่างขาวนี้ไม่ได้เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ ดังนั้น ควรทำความรู้จักกับโรคด่างขาวกันให้ดียิ่งขึ้นจะดีกว่า
โรคด่างขาวเกิดจากอะไร?
โรคด่างขาวเกิดจากการที่เซลล์เม็ดสีถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งโรคด่างขาวนี้ไม่สามารถติดต่อกันได้ด้วยการสัมผัส แต่สามารถเป็นได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงวัย

บริเวณที่มักจะพบโรคด่างขาว
โรคด่างขาวสามารถพบได้บริเวณรอบปาก  รอบจมูก  รอบตา  ปลายเท้า  ปลายมือ   ข้อศอก หัวเข่า และหลัง หากอาการเป็นมากจะลามไปส่วนอื่นของร่างกายหรือเป็นทั่วร่างกายได้ ซึ่งในบางรายนั้นอาจพบเพียงซีกเดียวของร่างกาย เช่น บนหน้าผาก แก้ม ปาก ไหล่ อก ท้อง เป็นต้น

ภัยเงียบของโรคด่างขาว
เหตุที่เป็นภัยเงียบเพราะโรคด่างขาวมักไม่มีอาการเจ็บ แสบ หรือคัน มีแต่เพียงการเปลี่ยนแปลงของสีผิว ซึ่งกว่าผู้ป่วยจะพบแพทย์ ส่วนใหญ่จะรอให้สีผิวเป็นสีขาวก่อน เนื่องจากไม่มีอาการเริ่มต้นใด ๆ บ่งบอกอาการในช่วงเริ่มต้น บางรายเริ่มเป็นที่ปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เราไม่ค่อยจะสนใจดูสักเท่าไรนัก กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เม็ดสีได้ถูกทำลายไปมากแล้ว ซึ่งในบางรายเห็นว่าเริ่มเป็นแต่ไม่เดือดร้อนเพราะไม่มีอาการแสดงใด ๆ  แต่เมื่อโรคเกิดลามขึ้นมา จึงคิดเริ่มรักษา จึงจะทำให้การรักษายากมากขึ้น บางรายอาจมีอาการคันนำมาก่อนที่จะเริ่มเป็นได้

หลายคนคงเคยเห็นโรคด่างขาวมาบ้าง โดยอาจจะมีเพื่อนหรือญาติที่เป็นโรคนี้ ซึ่งโรคด่างขาวไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่ใช่โรคติดต่อรวมถึงไม่มีอันตรายอีกด้วยแต่ก็จะมีข้อเสียบ้างก็เฉพาะในด้านความสวยงามเท่านั้น

Friday, September 23, 2016

วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคด่างขาวและมีรอยด่างขาวไม่มากเท่าใดนัก

การรักษาโรคด่างขาว
             สำหรับโรคด่างขาวนั้นเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ยังไม่มีวิธีการใดจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ครับ ทั้งนี้เพราะโรคชนิดนี้มีด้วยกันหลายชนิดดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งแต่ละชนิดจะมีอาการที่แตกต่างกันไป ทั้งยังมีการตอบสนองต่อยาที่ใช้รักษา แตกต่างกันด้วย ดังนั้นจึงยากที่จะรักษาด่างขาวทุกชนิดที่เกิดบนร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน ให้หายขาดได้นั่นเองอย่างไรก็ดี เมื่อพูดถึงการรักษาโรคด่างขาว ในปัจจุบันมีวิธีหนึ่งที่แพทย์นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย นั่นคือรักษาโดยการกระตุ้นให้เซลล์เม็ดสีกลับคืนมานั่นเองครับ ซึ่งวิธีการดังกล่าวสามารถทำได้โดย
1.รักษาด้วยการทายา วิธีนี้จะใช้สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคด่างขาวและมีรอยด่างขาวไม่มากเท่าใดนัก ซึ่งแพทย์จะใช้ตัวยาจำพวก CorticosteroidTacrolimus, และ Vitamin D analogue ในการรักษานั่นเองครับ
2.รักษาโดยการฉายแสง วิธีนี้จะเป็นการรักษาด้วยการใช้แสงอัลตราไวโอเลต หรือที่หลายๆท่านรู้จักกันในชื่อแสงยูวี” นั่นเองครับ ทั้งนี้เพราะแสงดังกล่าวสามารถกระตุ้นเซลล์เม็ดสีได้เป็นอย่างดี และนิยมนำมาใช้กับผู้ป่วยที่รอยโรคมีบริเวณกว้างเสียส่วนใหญ่
3.รักษาโดยวิธีการผ่าตัด การผ่าตัดเช่นว่านี้ หมายถึงการผ่าตัดเอาผิวหนังส่วนที่ไม่เป็นโรคด่างขาว มาแปะทับบริเวณผิวหนังที่ติดโรคนั่นเองครับ เพราะการทำเช่นนี้จะทำให้ผิวหนังมีการถ่ายเซลล์เม็ดสีระหว่างกัน
4.รักษาโดยการใช้เลเซอร์ เป็นวิธีการกระตุ้นเซลล์เม็ดสีบนผิวหนัง เช่นเดียวกับการฉายแสงยูวีครับ แต่การรักษาด้วยวิธีนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีรอยโรคเป็นบริเวณเล็กๆ
5.รักษาโดยการฟอกสีผิว ซึ่งการฟอกสีผิวนี้หมายถึง การทำสีผิวปกติของผู้ติดโรคให้ขาวเท่ากับรอยด่างขาว ของโรคด่างขาวนั่นเองครับ ซึ่งเป็นวิธีที่มักจะนำมาใช้กับผู้ที่มีการแพร่กระจายของรอยด่างขาวเป็นบริเวณกว้าง หรือลุกลามทั่วทั้งตัว

Sunday, August 14, 2016

โรคด่างขาวเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีรอยโรคปรากฏค่อนข้างชัดเจน ทำให้การแยกแยะโรคชนิดนี้ออกจากโรคชนิดอื่นนั้นเป็นไปโดยไม่ยากเย็นเท่าไรนัก

บทที่แพทย์วินิจฉัยโรคชนิดนี้ได้อย่างไร
         โรคด่างขาวเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีรอยโรคปรากฏค่อนข้างชัดเจน ทำให้การแยกแยะโรคชนิดนี้ออกจากโรคชนิดอื่นนั้นเป็นไปโดยไม่ยากเย็นเท่าไรนัก ซึ่งหากท่านผู้อ่านพอจะรู้ข้อมูลหรือลักษณะของโรคชนิดนี้เพียงคร่าวๆ ผมเชื่อได้ว่าท่านสามารถรู้ได้ว่าคนที่ติดโรคด่างขาวจะมีลักษณะรอยโรคเป็นอย่างไร และกรณีที่โรคชนิดนี้เกิดกับตัวท่านเองแล้ว การสังเกตรอยโรคแล้วรู้ได้ว่าตนเองเป็นโรคด่างขาวนั้น จะถือเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้เป็นโรคเป็นอย่างมาก เพราะมันจะทำให้ผู้นั้นเข้าพบแพทย์และรับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีนั่นเองครับ
      สำหรับวิธีการ ในการวินิจฉัยของแพทย์ ที่ใช้ในการตรวจสอบผู้ป่วยว่าเป็นโรคด่างขาวหรือไม่นั้น สามารถกระทำได้ในสองรูปแบบด้วยกันครับ อย่างแรกคือการวินิจฉัยด้วยการสังเกตจากรอยโรคที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของผู้ป่วย และวิธีที่สองจะใช้วิธีการตรวจเนื้อเยื่อ หรือเลือดของผู้ป่วย โดยใช้ห้องปฏิบัติการ
วิธีแรก วินิจฉัยด้วยการสังเกตรอยโรค” เนื่องจากโรคด่างขาวมีรอยโรคที่ค่อยข้างชัดเจน คือผู้ที่เป็นโรคชนิดนี้จะมีผิวหนังเป็นรอยด่างสีขาว ลักษณะเป็นวงรีหรือวงกลม โดยรอยด่างเหล่านั้นอาจเป็นวงขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน ดังนั้นหากแพทย์สังเกตเห็นลักษณะเหล่านี้ ก็อาจวินิจฉัยได้แล้วว่าผู้ป่วยเป็นโรคด่างขาว


วิธีที่สอง วินิจฉัยโดยการตรวจเนื้อเยื่อ หรือเลือดของผู้ป่วย วิธีนี้จะถูกนำมาใช้เมื่อแพทย์เกิดความไม่แน่ใจว่ารอยโรคนั้นใช่รอยที่เกิดจากโรคด่างขาวหรือไม่ เพราะโรคชนิดนี้มีรอยโรคที่คล้ายกับโรคบางชนิดเช่น เกลื้อน ปานขาว กลากน้ำนม หรือรอยด่างเหล่านั้นอาจเกิดจากการที่เคยเป็นโรคผิวหนังชนิดอื่นๆมาก่อน

Thursday, July 7, 2016

ชนิดต่างๆของโรคด่างขาว(2)

ชนิดต่างๆของโรคด่างขาว(2)
          ดังที่ได้กล่าวไปแล้วในบทก่อน คือโรคด่างขาวชนิด Localized vitiligo ซึ่งเป็นชนิดแรกที่มีประเภทย่อยแบ่งออกเป็น ประเภทด้วยกัน นั่นคือ Focal vitiligoSegmental และ Mucosal ครับ โดยชนิดแรกนี้มีลักษณะเฉพาะที่เป็นข้อสังเกตคือ เป็นกลุ่มที่จะไม่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย แต่จะพบรอยด่างขาวเฉพาะบางจุดของร่างกายเท่านั้น ซึ่งแต่ประเภทของชนิดแรกนี้ก็จะพบในส่วนที่แตกต่างกันออกไปครับนอกจากโรคด่างขาวประเภท Localized vitiligo ซึ่งได้กล่าวไปแล้ว โรคชนิดนี้ยังสามารถแบ่งออกได้อีก ประเภทด้วยกัน ดังนี้
2. Generalized vitiligo เป็นโรคด่างขาวอีกชนิดหนึ่ง ต่อเนื่องจากบทก่อนครับ ซึ่งสามารถแบ่งย่อยได้เป็น 3ประเภท คือ
ประเภท1 Acrofacial สำหรับรอยด่างขาวประเภทนี้ ถือเป็นประเภทหนึ่งที่หากปรากฏในผู้ป่วยรายใด สามารถพยากรณ์ได้เลยว่า ผู้ป่วยรายนั้นเป็นโรคด่างขาวที่มีอาการโรคไม่ค่อยดีนัก เพราะด่างขาวชนิดนี้มักยากและไม่ตอบสนองต่อการรักษา และมีอาการดื้อยาอีกด้วยครับ ซึ่งด่างขาวชนิดนี้ จะเกิดขึ้นบริเวณ ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า และรอบปาก ของผู้ป่วยนั่นเอง
ประเภท2 Vulgaris เป็นชนิดที่มีกระกระจายของโรคแบบทั่วไปตามร่างกายของผู้ติดโรค และมักเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ครับ
ประเภท3 Mixed ถือเป็นชนิดที่มีลักษณะผสมระหว่าง ประเภทและประเภทรวมกัน
3. Universal vitiligo ถือเป็นโรคด่างขาวชนิดสุดท้ายของการแบ่งชนิดทางการแพทย์ครับ ลักษณะของชนิดนี้คือมันจะเกิดขึ้นทั้งตัวของผู้ป่วย ไม่เจาะจงเฉพาะจุด ซึ่งถือเป็นชนิดที่ผู้ติดโรคมีโอกาสเป็นมากที่สุดเลยก็ว่าได้ และมักเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก นอกจากนี้แล้วโรคด่างขาวชนิดนี้ยังเกี่ยวข้องกับโรคอื่นอีก เช่นโรคต่อมไร้ท่อ จำพวกโรคต่อมไทรอยด์ หรือ โรคเบาหวาน นั่นเองครับ

Friday, June 3, 2016

โรคด่างขาวเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่มีการจำแนกชนิดของมันแยกออกเป็นชนิดต่างๆได้อีกด้วย

ชนิดต่างๆของโรคด่างขาว
          โรคด่างขาวเป็นโรคชนิดหนึ่ง ที่มีการจำแนกชนิดของมันแยกออกเป็นชนิดต่างๆได้อีกด้วย ซึ่งปัจจัยที่แพทย์ใช้ในการจำแนกความแตกต่างของแต่ละชนิดคือ รูปแบบการกระจายของโรคและลักษณะรอยโรคนั่นเองครับ เช่น จำแนกตามการเกิดในส่วนต่างๆของร่างกายผู้ป่วย ทั้งนี้เพราะมีโรคด่างขาวบางชนิดที่เกิดเฉพาะบางส่วนบนร่างกาย มิได้เกิดทั่วทั้งร่างกาย, จำแนกตามลักษณะของรอยโรค กล่าวคือ บางประเภทมีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ แต่ในบางประเภทมีลักษณะเป็นวงใหญ่เกิดติดกันเป็นกลุ่ม เป็นต้น
           สำหรับโรคด่างขาวนั้น เมื่อจำแนกตามเกณฑ์ดังกล่าว สามารถแบ่งชนิดของมันได้ดังนี้
1. Localized vitiligo ชนิดแรก จะเป็นโรคด่างขาวจำพวกที่พบเฉพาะจุด กล่าวคือจะไม่มีกระกระจายทั่วร่างกาย แต่จะเกิดเฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่งนั่นเอง ซึ่งแยกเป็นประเภทย่อยได้ ประเภทด้วยกันครับ
 ประเภท1 Focal vitiligo ลักษณะของรอยโรคชนิดนี้จะเป็นจุดเล็กๆเกาะกันเป็นกลุ่ม และเกิดในบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกายเท่านั้น
ประเภท2 Segmental ประเภทนี้มักเกิดขึ้นในเด็ก ลักษณะคือมีรอยโรคเกาะกันเป็นกลุ่มเช่นเดียวกับประเภทก่อน แต่ข้อสังเกตคือ มันจะเกิดขึ้นโดยเรียงตามทางเส้นประสาท และจะเกิดขึ้นซีกใดซีกหนึ่งบนร่างกายเท่านั้น ถ้าไม่เกิดทางซีกซ้ายของร่างกาย ก็จะเป็นซีกขวา นั่นเองครับ
ประเภท3 Mucosal เป็นรอยด่างขาวที่พบเฉพาะในอวัยวะที่เป็นเยื่อเมือกเท่านั้น  โดยอวัยวะดังกล่าว ได้แก่ส่วนต่อไปนี้ครับ ช่องปาก อวัยวะเพศ ทวารหนัก เหงือก หัวนม และรอยขาวบริเวณหนังศีรษะ เป็นต้น ดังนั้นหากเป็นโรคด่างขาวที่พบบริเวณนี้แล้ว รอยต่างๆเหล่านั้นคือประเภทนี้อย่างแน่นอน

Sunday, April 24, 2016

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วเกี่ยวกับอาการของโรคด่างขาว ซึ่งเป็นโรคที่มีรอยโรคปรากฏชัดเจนและง่ายต่อการสังเกต

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วเกี่ยวกับอาการของโรคด่างขาว ซึ่งเป็นโรคที่มีรอยโรคปรากฏชัดเจนและง่ายต่อการสังเกต กล่าวคือผู้ที่เป็นโรคชนิดนี้จะมีรอยด่างสีขาวขึ้นบริเวณผิวหนังในส่วนที่ติดโรค โดยรอยด่างขาวดังกล่าวนั้นอาจมีจำนวนมากหรือน้อยต่างกันไปในแต่ละบุคคล ลักษณะของมันจะขึ้นเป็นวงมีลักษณะคล้ายวงรีและวงกลมปะปนกันไป และที่สำคัญคือ มันสามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วนของร่างกาย รวมถึงบริเวณอวัยวะที่เป็นเยื่อเมือกบุด้วยครับ
        นอกจากอาการดังกล่าวแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าโรคด่างขาวอาจมีอาการอื่นแทรกซ้อนในรูปแบบของอาการร่วม ซึ่งเป็นอาการผิดปกติของอวัยวะส่วนอื่นที่เกิดขึ้นในขณะเป็นโรคด่างขาวได้อีกด้วย เหตุที่อวัยวะต่างๆมีอาการผิดปกติร่วมในขณะผู้นั้นติดโรคชนิดนี้ เพราะอวัยวะส่วนต่างๆที่มีความผิดปกติเหล่านั้นมีเซลล์เม็ดสีเป็นโครงสร้างนั่นเองครับ ดังนั้นเมื่อท่านเป็นโรคด่างขาวซึ่งทำให้เกิดความผิดปกติในเซลล์เม็ดสีแล้ว มันจึงมีผลไปถึงส่วนต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ซึ่งความผิดปกติเหล่านั้น มีดังจะกล่าวต่อไปนี้ครับ
1.        อาการผิดปกติทางดวงตา สำหรับผู้ป่วยโรคด่างขาว นอกจากคนเหล่านั้นจะเป็นด่างขาวแล้ว ผู้ป่วยเหล่านั้นยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาได้อีกด้วย เช่น ม่านตาอักเสบ ทั้งนี้เพราะดวงตาของคนเรานั้น มีเซลล์เม็ดสีอยู่บริเวณเยื่อเมือกบุตานั่นเองครับ
2.        อาการผิดปกติทางหู ทั้งนี้เพราะบริเวณหูชั้นในมีเซลล์เม็ดสีเป็นโครงสร้างเช่นกันครับ ดังนั้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคด่างขาว ซึ่งมีความผิดปกติเกี่ยวกับเซลล์เม็ดสี มันจึงส่งผลต่ออวัยวะส่วนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น มีปัญหากับการได้ยินเนื่องจากการทำงานของหูชั้นในมีความผิดปกติ 

Saturday, April 2, 2016

สำหรับอาการของโรคด่างขาว ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านอาจเคยได้เห็นผู้ป่วยโรคนี้

อาการของโรคด่างขาว
               สำหรับอาการของโรคด่างขาว ผมเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านอาจเคยได้เห็นผู้ป่วยโรคนี้กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ ไม่ว่าจะพบเจอในชีวิตประจำวัน หรือเห็นจากภาพถ่ายต่างๆก็ตามซึ่งอาการของโรคชนิดนี้เป็นที่สังเกตง่ายมากๆ  เพราะผู้ที่เป็นโรคด่างขาวจะมีรอยโรคที่แสดงออกมาภายนอกผ่านบริเวณผิวหนังส่วนต่างๆอย่างชัดเจน ลักษณะของรอยโรคที่ว่าจะมีสีที่แตกต่างไปจากสีผิวปกติของผู้ที่เป็นโรคชนิดนี้อย่างเห็นได้ชัด โดยรอยดังกล่าวจะมีสีขาวด่างเกิดขึ้นในบริเวณผิวหนังที่มีการแพร่กระจายของโรค ส่วนบริเวณอื่นๆของผิวหนังที่ไม่มีการแพร่กระจายของโรคชนิดนี้จะเป็นสีผิวปกตินั่นเองครับ ดังนั้นผู้ป่วยที่ติดโรคชนิดนี้ จึงมีสีผิวสองสีคือสีด่างขาวกับสีผิวปกตินั่นเองครับ
                  เมื่อกล่าวถึงลักษณะรอยโรคของโรคด่างขาวตามข้อมูลแล้ว รอยด่างขาวจากโรคชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นวงกลม หรือวงรีเสียส่วนใหญ่ครับ แต่สำหรับในผู้ป่วยบางท่านอาจพบรอยด่างขาวในลักษณะเป็นเส้นยาวเหมือนรอยขีดข่วนได้เช่นกัน ซึ่งขนาดของรอยเหล่านั้นจะแตกต่างกันออกไป มีลักษณะเล็กบ้างใหญ่บ้าง ผสมกันตามส่วนต่างๆบนผิวหนังของผู้ป่วยที่ติดโรคชนิดนี้ โดยมันจะกระจายไปทั่วทั้งตัวของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณ แขน ขา มือ คอ บริเวณใบหน้า หรือรอบปากก็สามารถเกิดรอยด่างขาวได้เช่นกันครับ และนอกจากบริเวณดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น รอยด่างขาวยังสามารถเกิดขึ้นบนอวัยวะที่เป็นเยื่อเมือกบุได้อีกด้วย ซึ่งอวัยวะเหล่านี้ได้แก่ บริเวณช่องปาก บนเหงือกของผู้ป่วย และบนอวัยวะเพศของผู้ป่วย เป็นต้น