Showing posts with label โรคหูดหงอนไก่. Show all posts
Showing posts with label โรคหูดหงอนไก่. Show all posts

Friday, September 8, 2017

ท่านรู้หรือไม่ โรคหูดหงอนไก่มิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะบริเวณอวัยวะเพศแต่เพียงเท่านั้น

บทที่4 หากเป็นโรคนี้แล้ว ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาเมื่อใด

http://hpvtreat.lnwshop.com/

               ท่านรู้หรือไม่ โรคหูดหงอนไก่มิได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะบริเวณอวัยวะเพศแต่เพียงเท่านั้นหลายๆคนซึ่งติดตามบทความมาแต่ต้นอาจเข้าใจว่ามันเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ จึงเกิดได้แต่เพียงบริเวณอวัยวะเพศเท่านั่น แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะโรคชนิดนี้สามารถพบได้ตามบริเวณต่างๆของร่างกายได้อีกด้วยครับ ซึ่งบริเวณที่จะพบได้ก็คือทุกๆบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่อที่สามารถสร้างเมือกได้ ซึ่งทางการแพทย์จะเรียกเนื้อเยื่อส่วนนั่นว่า เนื้อเยื่อเมือก” นั่นเอง อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าบริเวณที่ว่านั้นคือส่วนไหนของร่างกายของคนเรา
                 บริเวณที่เรียกว่า เนื้อเยื่อเมือก” ในร่างการของคนเราได้แก่ บริเวณอวัยวะเพศ บริเวณท่อปัสสาวะ ช่องปาก ลำคอด้านใน ทวารหนัก ทั้งนี้ยังรวมถึง บริเวณปากมดลูกด้วยนะครับ ซึ่งในบางคนในขณะเป็นโรคนี้อาจพบได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่งเลยก็เป็นได้ ดังนั้นแล้วสำหรับคนที่นิยมมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ก็มีความเสี่ยงไม่น้อยที่จะเป็นโรคนี้เช่นเดียวกันครับ
                  ดังกล่าวไปนั่นผมเชื่อว่าหลายๆท่านคงพอนึกภาพลักษณ์ของโรคหูดหงอนไก่ กันได้บ้างแล้วใช่ไหมครับ โดยเบื้องต้นคือหากท่านมีตุ่มขึ้นในบริเวณที่ผมได้กล่าวไป และตุ่มเหล่านั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน หงอนไก่สีชมพู หรือหัวกะหล่ำปีก็ตามแต่ ให้ท่านสันนิษฐานไว้ก่อนได้เลยครับ ว่าสิ่งที่ท่านพบนั่นอาจจะเป็นโรคหูดหงอนไก่ และเมื่อเป็นเช่นนั้นสิ่งที่ต้องกระทำในลำดับต่อไปคือ การไปพบแพทย์ให้ไวที่สุดครับ ทั้งนี้เพื่อเข้ารับการรักษาและเพื่อให้ทันต่อการที่จะยับยั้งการแพร่กระจายของโรคไปสู่ส่วนต่างๆในร่างกายท่านและผู้อื่นนั่นเองครับ

Wednesday, May 10, 2017

มื่อกล่าวถึงการเกิดของโรคหูดหงอนไก่นั้น แม้โรคชนิดนี้จะเป็นโรค

ใครบ้างที่เสี่ยงจะเป็นโรคหูดหงอนไก่
              หลายท่านคงทราบกันมาแล้ว ว่าโรคหูดหงอนไก่ เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า HPV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้เช่นกัน                 
              เมื่อกล่าวถึงการเกิดของโรคหูดหงอนไก่นั้น แม้โรคชนิดนี้จะเป็นโรคที่ถูกลงความเห็นว่ามีต้นเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ จนเรียกได้ว่า เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” ชนิดหนึ่งเลยก็ตาม แต่ในความเป็นจริงนั้น โรคชนิดนี้อาจมิได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์เพียงทางเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถพบได้ตามร่างกายของเราในส่วนต่างๆอีกด้วย เช่น บริเวณผม ตามซอกเล็บ หรือเครื่องใช้ต่างๆ ทำให้ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่บางคนไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็อาจติดได้ด้วยการเอามือหรืออวัยวะต่างๆที่มีเชื้อ HPV มาสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศครับ แต่ถึงอย่างไรท่านก็ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะครับ เพราะร่างกายของคนเราส่วนใหญ่กว่า 90% มีภูมิคุ้มกันเชื้อโรค HPV ครับ เว้นแต่คนบางกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมากๆเช่น คนที่เป็นโรคเอดส์ นั่นเองครับ
            ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว จึงอาจสรุปพอคร่าวได้ว่าผู้ที่มีความเสี่ยงจะเป็นหูดหงอนไก่กลุ่มแรกคือ กลุ่มคนที่มีถูมิต้านทานต่ำมากๆ และได้รับเชื้อ HPV เข้าไปในร่างกายครับ กลุ่มต่อไปคือผู้ที่นิยมมีกิจกรรมทางเพศโดยไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย เนื่องจากโรคชนิดนี้ติดต่อได้ดีโดยการมีเพศสัมพันธ์ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงสูงเช่นกันครับ และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มคนที่นิยมเปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น ทั่งนี้เพราะนอกจากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยแล้ว ยังยากที่จะทราบได้ว่าคนที่มานอนกับเขานั่น มีโรคติดต่อชนิดนี้มาฝากเราด้วยหรือไม่

Sunday, February 26, 2017

หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อ “หูดหงอนไก่” กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ

หูดหงอนไก่คืออะไร
http://hpvtreat.lnwshop.com/
          หลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อ หูดหงอนไก่” กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ แต่มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เดียวที่ไม่รู้จักมันบทความนี้ผู้เขียนขอนำพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับเจ้า หูดหงอนไก่” กันครับ ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมเราถึงต้องทำความรู้จักกับมัน
          หูดหงอนไก่ ที่ผู้เขียนได้เกริ่นนำไปในเบื้องต้นก็คือโรคติดต่อชนิดหนึ่งนั่นเองครับ ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ชื่อของมันก็คือ เชื้อไวรัสฮิวแมน แปปิโรมา หรือเราอาจเรียกมันอย่างสั้นๆได้ว่า HPV นั่นเองพอจะคุ้นหูกันบ้างไหมครับ กับเจ้าเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HPV ไม่แปลกเลยครับหากท่านจะคุ้นหูกับชื่อของเจ้าเชื้อไวรัสตัวนี้  เพราะมันเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก จึงมักจะถูกพูดถึงบ่อยๆนั่นเอง
 อย่างไรก็ดีเจ้าเชื้อไวรัสชนิดนี้มิได้มีแต่เพียงสายพันธ์ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น แต่มันยังมีอีกมากมายหลายสายพันธุ์เลยครับ ซึ่งในจำนวนสายพันธ์ที่มากมายเหล่านั้นจะมีสายพันธุ์ที่ หรือ 11 เป็นสายพันธุ์ที่ทำให้เกิด โรคหูดหงอนไก่ ได้เช่นกันครับ แต่หากปรากฏว่าท่านใดเป็นโรคชนิดนี้แล้วไปเข้ารับการวินิจฉัยโรค และผลตรวจออกมาว่าท่านเป็นโรคหูดหงอนไก่ ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ที่ 16 หรือ 18 บุคคลนั้นจะมีความเสี่ยงในอัตราที่สูงขึ้นในการที่ท่านจะเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วย

Thursday, December 15, 2016

สำหรับการป้องกันโรคหูดหงอนไก่ เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วสามารถแบ่งได้เป็น

การป้องการโรคหูดหงอนไก่
            กันไว้ดีกว่าแก้” ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ วลีดังกล่าวเป็นคำพูดที่ซึ่งหากใครปฏิบัติตาม รับรองได้ว่าอุปสรรคในชีวิตท่านจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับเรื่องของโรคหูดหงอนไก่ก็เช่นกันครับ ขึ้นชื่อว่าโรคภัยไข้เจ็บแล้ว มันย่อมนำมาซึ่งความยากลำบาก ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มิหนำซ้ำท่านยังอาจต้องควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาเป็นเงินจำนวนมากเลยก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อเรารู้จักพิษภัยของโรคชนิดนี้แล้วก็ไม่ควรเพิกเฉยกับมันจริงหรือไม่ท่านอย่าชะล่าใจว่ามันไม่มีทางเกิดกับตัวท่านเชียวนะครับ เพราะโรคชนิดนี้สามารถเป็นกันได้ในทุกเพศทุกวัย ดังนั้นการเรียนรู้วิธีป้องกันและปฏิบัติตาม จะถือเป็นการดีที่สุดครับ
          สำหรับการป้องกันโรคหูดหงอนไก่ เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้วสามารถแบ่งได้เป็นสองวิธีใหญ่ๆครับ ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่มีวิธีใดที่จะสามารถป้องกันโรคชนิดนี้ได้ถึง 100% เต็มนะครับ แต่หากปฏิบัติตามแล้วโอกาสที่จะเกิดโรคชนิดนี้เป็นไปได้น้อยมากครับ
วิธีแรก คือการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV ครับ ซึ่งวัคซีนป้องกันนี้เมื่อท่านฉีดนอกจากจะช่วยป้องกันโรคหูดหงอนไก่แล้ว มันยังป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกได้อีกด้วยครับ และมันจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากผู้ฉีดได้รับมันก่อนที่จะเป็นโรค เพราะการฉีดก่อนเป็นโรคนั้นจะช่วยป้องกันการเกิดโรคได้ถึง 99% เลยทีเดียวครับ
วิธีที่สอง การป้องกันโรคโดยการสวมถุงยางอนามัย และไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมากอีกวิธีหนึ่งครับ เนื่องจากโรคหูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นการสวมถุงยางอนามัยจะเป็นการป้องกันโดยตรงและถูกจุด  ที่สำคัญท่านควรมีเพศสัมพันธ์แต่เฉพาะกับคู่รักของตัวเองนะครับ เพราะพฤติกรรมสำส่อนจะนำมาสู่โรคร้ายอีกมากมาย รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ด้วยครับ

Tuesday, November 15, 2016

หากท่านเป็นโรคหูดหงอนไก่และเข้ารับการรักษาโรคจากทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

กรณีไหนที่ท่านควรไปพบแพทย์ก่อนวันนัด
          หากท่านเป็นโรคหูดหงอนไก่และเข้ารับการรักษาโรคจากทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผู้ป่วยแต่ละคนจะได้รับการรักษาในวิธีที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความหนักเบาของโรคหูดหงอนไก่ ที่เกิดขึ้นกับแต่ละบุคคลครับ  บางรายเป็นโรคชนิดนี้เบา วิธีการรักษาจึงค่อนข้างไม่สลับซับซ้อน อาจเพียงแค่ทายาในบริเวณที่เกิดโรค และหมั่นดูแลตัวเองให้ดีตามคำแนะนำของแพทย์ แต่สำหรับบางคนเป็นโรคชนิดนี้หนัก มีตุ่มขนาดใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณที่เกิดโรค หรือโรคแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกายเป็นจำนวนมาก วิธีการรักษาของคนกลุ่มนี้อาจมีความยากขึ้นมาหน่อย คือการใช้เทคโนโลยีในการรักษาที่ล้ำกว่า เช่น รักษาด้วยการจี้ไฟฟ้า ด้วยการจี้ความเย็น หรือการตัดหูดหงอนไก่ออกด้วยการใช้มีดผ่าตัด นั่นเอง
           ซึ่งไม่ว่าผู้ป่วยเหล่านั้นจะเข้ารับการรักษาโรคหูดหงอนไก่ ด้วยวิธีใดก็ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ทุกรูปแบบการรักษาจะไม่มีทางทำให้โรคนี้ หายขาดจากการรักษาไปเพียงแค่เข้ารับการรักษาครั้งเดียวอย่างแน่นอนครับ กล่าวคือ เมื่อท่านเข้ารับการรักษาตามอาการแล้ว แพทย์จะนัดท่านมาดูอาการและรับการรักษาอยู่เรื่อยๆ จนกว่าเขาจะลงความเห็นว่าผู้ป่วยได้หายจากโรคหูดหงอนไก่แล้วจริงๆ จึงจะเลิกนัดมาตรวจโรค
            ดังกล่าวนั้นหลายท่านอาจเกิดคำถามว่า ถ้าตนเป็นโรคหูดหงอนไก่ และเข้ารับการรักษากับทางแพทย์ มีกรณีใดบ้างที่เราควรขอเข้าพบแพทย์ก่อนวันนัดแน่นอนที่สุดครับ การมาพบแพทย์ก่อนวันนัดย่อมเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการโรครุนแรงกว่าปกติ จนถึงขั้นไม่ปลอดภัยสำหรับโรคหูดหงอนไก่นั่น เมื่อท่านสังเกตแล้วเห็นว่าบริเวณรอยโรคมีอาการผิดปกติ เช่นตุ่มบริเวณนั้นมีสีแดงและเกิดอาการระคายเคียง เจ็บแสบเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งต่างไปจากอาการที่เคยเป็นในยามปกติ หากท่านสังเกตเห็นลักษณะดังกล่าว ก็สามารถเข้าพบแพทย์ก่อนวันนัดได้แล้วครับ

Friday, September 23, 2016

หากท่านผู้อ่านพบว่าตัวเองเข้าข่ายที่จะเป็นโรคหูดหงอนไก่

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับโรคหูดหงอนไก่
                    หากท่านผู้อ่านพบว่าตัวเองเข้าข่ายที่จะเป็นโรคหูดหงอนไก่ หรือท่านได้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว ปรากฏว่าเป็นโรคหูดหงอนไก่ สิ่งที่พึงกระทำในลำดับต่อไปคือการหยุดพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหลายทั้งปวงที่จะเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดและทำให้อาการหนักขึ้นครับ ทั้งนี้เพราะหากท่านยังประพฤติปฏิบัติตัวเช่นเดิมอย่างที่เคยทำ แน่นอนโรคชนิดนี้จะไม่มีทางหายเป็นแน่และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกเสียจากการหยุดประพฤติตัวในทางที่เสี่ยงแล้ว คือการดูแลตัวเองนั่นเองครับ
 การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในยามที่ท่านต้องประสบกับโรคต่างๆ ท่านจะสังเกตได้ว่าคนที่ดูแลตัวเองดีในยามที่เจอกับโรคภัยไข้เจ็บ คนเหล่านั้นจะมีอาการดีขึ้นอย่างน่าแปลกใจ และมีความเป็นไปได้ที่จะหายจากโรคมากกว่าพวกที่ปล่อยปละละเลย ไม่สนใจสุขภาพแม้ในยามที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บครับ
                ดังกล่าวนั้น ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่ก็เช่นกันครับ หากปฏิบัติตัวอย่างถูกหลักตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว รับรองได้ว่าโรคชนิดนี้จะหายได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก และวิธีการดูแลตัวเองสำหรับผู้เป็นโรคหูดหงอนไก่คือ
1.        ท่านต้องรักษาสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติสิบประการซึ่งผมเชื่อว่าใครๆก็ย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี
2.        เนื่องจากการรักษาต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญโรคผิวหนัง ดังนั้นท่านต้องปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด และที่สำคัญคือการมาตามนัดทุกนัด เวลาที่มีการนัดรักษาหรือตรวจโรคนั่นเองครับ
3.        โรคชนิดนี้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นในยามที่ท่านป่วยก็ควรงดกิจกรรมอย่างว่าไปก่อน จนกว่าจะหาย จะเป็นการดีที่สุดครับ
4.        ล้างมือด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหนังอยู่เป็นประจำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย

Sunday, August 14, 2016

โรคหูดหงอนไก่ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีผลข้างเคียงเช่นกัน และเมื่อพูดถึงความรุนแรง

บทที่โรคหูดหงอนไก่กับผลข้างเคียง
          โรคติดต่อแทบทุกชนิดมักมีผลข้างเคียงด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านั้นจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละโรคนั่นเองครับโรคหูดหงอนไก่ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีผลข้างเคียงเช่นกัน และเมื่อพูดถึงความรุนแรงของผลข้างเคียงของโรคชนิดนี้ถือว่าเป็นโรคติดต่อที่มีผลข้างเคียงทั้งแบบไม่รุนแรง และรุนแรงผสมกันไป ดังจะได้กล่าวต่อไปนี้ครับ
ประการแรก ผลข้างเคียงของโรคหูดหงอนไก่อย่างแรก ถือว่าไม่มีความรุนแรงเท่าไรนัก แต่จะส่งผลต่อความมั่นใจและรูปลักษณ์ของผู้ที่เป็นโรคเสียมากกว่าครับ นั่นก็เพราะว่าโรคชนิดนี้มีลักษณะรอยโรคเป็นตุ่มขึ้นตามอวัยวะต่างๆของร่างกายในส่วนที่เป็น เนื้อเยื่อเมือก” ซึ่งในบางท่านมีการแพร่กระจายของโรคที่หนัก ทำให้มีเยอะและเป็นรอยโรคที่ใหญ่ ด้วยเหตุผลนี้เอง อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจ ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเองได้ครับ
ประการสอง เนื่องจากโรคหูดหงอนไก่เป็นโรคที่มีต้นตอมาจากเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ดังนั้นผู้ที่ติดเชื้อ HPV แล้วเป็นโรคหูดหงอนไก่ จึงมีความเสี่ยงในระดับหนึ่งที่จะเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย โดยเฉพาะหากผู้ใดติดเชื้อ HPV สายพันธ์ที่ 16 หรือ 18 ด้วยแล้ว นอกจากท่านจะเป็นโรคนี้แล้วผลข้างเคียงของมันอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ และมะเร็งทวารหนักได้อีกด้วยครับ ดังนั้นหากท่านพบว่าเป็นโรคหูดหงอนไก่ แพทย์ส่วนใหญ่จะตรวจหามะเร็งไปด้วยในคราวเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยนั่นเองครับ
ประการที่สาม เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากรอยโรค หรือตุ่มที่เรียกว่าหูดหงอนไก่นั่นเองครับ นั่นก็คือ บริเวณดังกล่าวอาจมีอาการคัน หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้หากโรคชนิดนี้เกิดในมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ ลูกที่ออกมาในขณะที่หูดบริเวณอวัยวะเพศยังไม่หาย เลือดจากหูดในบริเวณนั้นอาจทำให้เด็กติดโรคหูดหงอนไก่ ได้เช่นกันครับ

Thursday, July 7, 2016

ว่าด้วยเรื่องของการรักษาโรคหูดหงอนไก่ ต้องบอกไว้เลยว่าโรคชนิดนี้มีวิธีการรักษาที่หลากหลาย

โรคหูดหงอนไก่ การรักษาโดยแพทย์
           ว่าด้วยเรื่องของการรักษาโรคหูดหงอนไก่ ต้องบอกไว้เลยว่าโรคชนิดนี้มีวิธีการรักษาที่หลากหลายมากครับ ซึ่งการใช้วิธีการรักษาแต่ละอย่างนั้นจะใช้แตกต่างกันไปตามอาการของแต่ละท่านที่ปรากฏออกมา หากผู้ที่เป็นโรคชนิดนี้และอาการไม่หนักเท่าไรนัก วิธีการรักษาก็ค่อนข้างง่ายไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แต่ในบางคนที่อาการของโรคหนัก คือมีการแพร่กระจ่ายไปตามร่างกายมาก หรือร่องรอยของโรคมีขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้ก็จะต้องใช้วิธีการรักษาที่แตกต่างไปอีกระดับหนึ่งนั่นเอง
       ดังกล่าวนั้นการรักษาโรคหูดหงอนไก่โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สามารถแยกวิธีการออกเป็น รูปแบบคือ ใช้ความร้อนจัด ใช้ความเย็นจัด และใช้ยาเคมีบำบัด โดยแต่ละวิธีจะเหมาะสมกับผู้ป่วยในกลุ่มต่างๆดังนี้
กลุ่มแรก กลุ่มที่เป็นโรคแบบไม่รุนแรงมากนัก กล่าวคือการแพร่กระจายของโรคไม่มากเท่าที่ควร รวมถึงขนาดของรอยโรคไม่ได้ใหญ่โตมาก ผู้ป่วยกลุ่มนี้แพทย์นิยมรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด ซึ่งตัวยาที่นิยมใช้รักษาในปัจจุบันได้แก่ น้ำยา Podophyllin 25% ,น้ำยา Trichloroacetic acid 50-70% และ ยา Imiquimod 5%นั่นเองครับ แต่อย่างไรก็ดีสำหรับการรักษาวิธีนี้ ถือเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูงกว่าวิธีอื่นๆ ที่ผู้ป่วยจะกลับมาเป็นโรคหูดหงอนไก่อีกครั้งหนึ่งครับ
กลุ่มสอง เป็นกลุ่มที่มีอาการของโรคค่อนข้างหนัก กล่าวคือมีการแพร่กระจายเป็นจำนวนมากหรือร่องรอยของโรคมีขนาดใหญ่นั่นเองครับ สำหรับการรักษาผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะใช้วิธีการรักษาแบบ ใช้ความร้อนจัดโดยการจี้ด้วยไฟฟ้า หรือ การใช้ความเย็นจัดโดยการจี้ด้วยความเย็น นั่นเอง            วิธีการรักษาเหล่านี้จะมีความเจ็บปวดพอสมควร ดังนั้นผู้ที่เข้ารับการรักษามักจะได้รับยาชาเฉพาะที่ ก่อนรับการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดลงนั่นเองครับ

Friday, June 3, 2016

สำหรับการวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ เนื่องจากลักษณะของโรคที่ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วในข้อความบทก่อนๆ

โรคหูดหงอนไก่วิวิธีการวินิจฉัยโรคได้อย่างไร
          สำหรับการวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ เนื่องจากลักษณะของโรคที่ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้วในข้อความบทก่อนๆ คือ โรคหูดหงอนไก่นั้นเป็นโรคชนิดหนึ่งที่สามารถสังเกตร่องรอยของโรคได้อย่างชัดเจน มันจะปรากฏให้ท่านเห็นภายนอกบริเวณอวัยวะต่างๆของร่างกาย ที่เรียกว่า เนื้อเยื่อเมือก” เช่น บริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก ปากช่องคลอด เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นหากผู้ที่เป็นโรคนี้พอจะมีความรู้เรื่องอาการของโรคหูดหงอนไก่กันมาบ้าง ผมเชื่อว่าเมื่อมีความผิดปกติ คือมีตุ่มขึ้นมาในบริเวณอวัยวะของร่างกายส่วนที่เรียกว่า เนื้อเยื่อเมือก พวกเขาเหล่านั้นต้องรู้ได้อย่างแน่นอนว่าตนกำลังประสบกับโรคหูดหงอนไก่  แต่ก็มีในบางกรณีเช่นกันที่ตุ่มหรือร่องรอยโรคนั้นไม่ชัดเจน จนอาจทำให้ผู้ที่เป็นโรคบางคนเกิดความไม่แน่ใจว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนนี้ใช่อาการของโรคหูดหงอนไก่หรือไม่ เช่นมีตุ่มขึ้นตามอวัยวะที่ได้กล่าวไป แต่ขนาดไม่ใหญ่เท่าไรนักและมีอาการคันบริเวณนั้นด้วยลักษณะตุ่มที่มีขนาดเล็กจนคล้ายเม็ดผื่นหรือสิวเม็ดเล็กๆ อาจทำให้ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่ มองข้ามโรคชนิดนี้ไป และคิดว่าตุ่มนั้นอาจเป็นผื่นไปได้ครับ
           ดังนั้นแล้วเรื่องของการวินิจฉัยโรคจึงเป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งครับ โดยปกติโรคชนิดนี้ สามารถวินิจฉัยได้โดยง่ายด้วยการสั่งเกตลักษณะตุ่มภายนอกว่ามันมีลักษณะอย่างไร หากปรากฏว่าร่องรอยเหล่านั้นมีขนาดใหญ่เกาะกันคล้าย ดอกกะหล่ำ หรือ หงอนไก่สีชมพู เช่นนี้ก็วินิจฉัยได้แล้วว่านั่นคือโรคหูดหงอนไก่อย่างแน่นอน แต่หากอาการมันไม่ชัดเจน ดังที่ผมได้กล่าวไว้ การวินิจฉัยในกรณีนี้คือ การใช้เทคโนโลยีโดยการนำชิ้นเนื้อบริเวณนั้นมาตรวจสอบทางพยาธิวิทยาครับ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ทราบผลชัดเจนได้อย่างแน่นอนครับ

Sunday, April 24, 2016

โรคหูดหงอนไก่ เป็นโรคหนึ่งที่สังเกตอาการภายนอกได้อย่างง่ายดาย

 โรคหูดหงอนไก่ เป็นโรคหนึ่งที่สังเกตอาการภายนอกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งหากท่านพบว่าบริเวณอวัยวะบนร่างกาย ในส่วนที่เป็นเนื้อเยื่อชนิดสร้างเมือกได้ เช่น อวัยวะเพศ ท่อปัสสาวะ ปากมดลูก ทวารหนัก ช่องปาก หรือในลำคอ นั่น มีอาการผิดปกติ กล่าวคือมีอาการคันเกิดขึ้นในบริเวณนั้น แต่ในบางท่านอาจจะไม่มีอาการคันครับ และมีตุ่มขึ้นอย่างไม่เป็นปกติ โดยลักษณะของตุ่มเช่นว่านี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนมีตุ่มเป็นตุ่มเดียว บางคนอาจมีตุ่มเกิดขึ้นหลายตุ่ม ซึ่งขนาดของตุ่มเช่นว่านั้นก็แตกต่างกันไปในแต่ละคนเช่นกัน บางคนมีขนาดเล็กเกาะกันเป็นแผง แต่ในบางคนมีขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายหงอนไก่สีชมพูซึ่งอาการที่ผู้เขียนได้กล่าวไปทั้งหมดนั้นคือการอาการของโรคหูดหงอนไก่ที่ปรากฏภายนอกและสามารถสังเกตได้ครับ
แต่เนื่องจากโรคหูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะรู้จักเสียเท่าไรนัก ทำให้หลายคนเมินเฉยที่จะเข้ารับการรักษาโรคชนิดนี้ แม้คนเหล่านั้นจะสังเกตเห็นตุ่มขึ้นตามบริเวณต่างๆที่ได้กล่าวไปก็ตาม ทั้งนี้เพราะแม้จะมีตุ่มแต่อาการเจ็บแสบ หรืออาการทุกข์ทรมานจากรอยโรคนั่นแทบจะไม่มี จึงทำให้ผู้ที่ไม่รู้จักโรคหูดหงอนไก่ ปล่อยปละละเลยในการเข้ารับการรักษาตั้งแต่เริ่มต้นเป็นโรค จนกระทั้งอาการของโรคเริ่มหนักขึ้น มีตุ่มที่ใหญ่ขึ้นและแพร่กระจายเป็นจำนวนมาก คนเหล่านั้นจึงจะเข้ารับการตรวจโรคอย่างจริงจัง
           ดังนั้นคำตอบของคำถามที่ว่า เมื่อใดที่ควรไปพบแพทย์ ก็คือเมื่อท่านสังเกตเห็นตุ่มขึ้นในบริเวณอวัยวะต่างๆของร่างกายที่เป็น เนื้อเยื่อเมือก” นั่นเองครับ ยิ่งรู้ตัวไวเท่าไหร่ก็ยิ่งควรเข้าพบแพทย์ให้ไวเท่านั้น เพราะการรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นโรคนั้น จะช่วยการยับยั้งการแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย และติดต่อไปยังบุคคลอื่น ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

Saturday, April 2, 2016

เรื่องอาการของโรคหูดหงอนไก่นั่น ถือเป็นเรื่องสำคัญและน่าสนใจ

การสังเกตอาการของโรคหูดหงอนไก่
          เรื่องอาการของโรคหูดหงอนไก่นั่น ถือเป็นเรื่องสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะหากท่านทราบถึงลักษณะของโรคว่า เมื่อเป็นโรคชนิดนี้แล้ว ลักษณะทางกายภาพของท่านในส่วนที่ติดโรคจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรืออาการเบื้องต้นของโรคชนิดนี้เป็นอย่างไรหากทราบในส่วนนี้จะเป็นผลดีมากต่อการเฝ้าระวัง และเข้ารับการรักษากับแพทย์ได้อย่างทันท่วงทีนั่นเองครับ
           เมื่อพิจารณาถึงอาการของโรคหูดหงอนไก่ในเบื้องต้นนั้น พบว่าโรคชนิดนี้ไม่ใช่โรคที่มีอาการรุนแรง หรือสร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้ที่ติดโรคเท่าใดนัก เพียงแต่โรคหูดหงอนไก่จะสร้างความไม่น่าดูบนเรือนร่างของผู้เป็นโรคชนิดนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจเสียมากกว่าครับโดยอาการที่บ่งบอกได้ว่าท่านอาจเป็นโรคหูดหงอนไก่ มีดังนี้ครับ
ประการแรก อาการของโรคหูดหงอนไก่ที่สังเกตได้ง่ายที่สุด คือ ท่านจะมีตุ่มขึ้นบริเวณต่างๆของร่างกายที่เป็นส่วนที่เรียกว่า เนื้อเยื่อเมือก” โดยบริเวณเนื้อเยื่อเมือกตามร่างกายของคนเรานั้นได้แก่ อวัยวะเพศ ปากมดลูก ในลำคอ ทวารหนัก และ ช่องปาก เป็นต้น โดยตุ่มที่ว่านั้นจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันไป ในผู้ที่ติดโรคแต่ละคนครับ และมันอาจเกิดขึ้นได้หลายตำแหน่งในผู้ป่วยหนึ่งคน ลักษณะของตุ่มจะเรียงเกาะกัน มีลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ หรือหงอนไก่สีชมพู นั่นเอง
ประการที่สอง ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่นอกจากจะปรากฏรอยตุ่มดังที่ได้กล่าวไปแล้ว ในบางท่านอาจจะมีอาการคันบริเวณที่เกิดตุ่ม หรืออาจจะไม่มีอาการคันก็ได้
ประการที่สาม หากโรคชนิดนี้เกิดขึ้นในคนที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคนที่มีภูมิต้านทานบกพร่อง โรคชนิดนี้จะแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และมีอาการหนักกว่าคนปกติ โดยตุ่มที่เรียกว่าหูดจะมีขนาดใหญ่ขึ้นและมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Wednesday, March 16, 2016

ดังที่ได้กล่าวแล้ว โรคหูดหงอนไก่ ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคหูดหงอนไก่
             ดังที่ได้กล่าวแล้ว โรคหูดหงอนไก่ ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อไวรัส HPVครับ ซึ่งโรคชนิดนี้จะสามารถเข้าไปสู่ร่างกายมนุษย์ได้ในหลายรูปแบบด้วยกัน และรูปแบบหนึ่งที่มักเกิดขึ้นคือ เกิดจากการที่มนุษย์ได้รับเชื้อไวรัส HPV ผ่านทางผิวหนัง เชื้อไวรัส HPV ก็จะเข้าสู่ร่างกายโดยผ่านทางรอยถลอกต่างๆบนผิวหนังของเรานั่นเองครับ ข้อสังเกตของโรคชนิดนี้คือ มันจะไม่ปรากฏอาการในเวลาอันสั้น เพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วเชื้อ HPV ที่เป็นต้นตอของโรคชนิดนี้จะใช้เวลาในระยะฟักตัวก่อนปรากฏอาการ นานพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งบางรายใช้เวลาหลายเดือน หรือหลายปีก็มีครับ
            หลังจากทำความรู้จักกับโรคหูดหงอนไก่กันพอสมควรแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่าโรคชนิดนี้มักเกิดกับคนที่มีพฤติกรรมแบบใด ซึ่งข้อมูลนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะนำพาให้ท่านผู้อ่านห่างไกลจากโรคชนิดนี้ได้นั่นเองครับ
กลุ่มแรก อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้ว โรคหูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงก็คือกลุ่มที่มักมีกิจกรรมทางเพศบ่อยนั่นเองครับ แต่ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถลดลงได้หากท่านสวมถุงยางอนามัยครับ คนที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัยจะมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะติดเชื้อไวรัส HPV มาจากคู่นอนนั่นเอง
กลุ่มสอง คือกลุ่มคนที่มักเปลี่ยนคู่นอนเป็นประจำ ทั้งนี้เพราะการเปลี่ยนคู่นอนเป็นประจำนั้นย่อมเป็นการยากที่เราจะรู้ได้ว่าคู่นอนของเราผ่านใครมาบ้างแล้วเขาอาจจะได้รับเชื้อไวรัส HPV มาจากที่ใดที่หนึ่ง จนสุดท้ายเชื้อนั้นตกมายังเราโดยเฉพาะเมื่อท่านไม่ป้องกันในขณะร่วมเพศ ก็จะยิ่งมีโอกาสติดเชื้อสูงยิ่งขึ้นไปอีกครับ