Showing posts with label เกล็ดเลือดต่ำ. Show all posts
Showing posts with label เกล็ดเลือดต่ำ. Show all posts

Sunday, September 24, 2017

โรคเกล็ดเลือดต่ำ หากตรวจพบว่าเป็นแล้วได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดอาการ

โรคเกล็ดเลือดต่ำ...หาทางป้องกันยาก...แต่รักษาได้นะ!!

โรคเกล็ดเลือดต่ำ หากตรวจพบว่าเป็นแล้วได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดอาการก็จะทำให้ปลอดภัยและหายขาดได้ แต่หากปล่อยไว้ อันตรายสุดๆ โดยเฉพาะเด็กๆ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องซึ่งหากได้เรียนรู้เกี่ยวกับโรคเกล็ดเลือดต่ำ จะช่วยให้คุณ เข้าใจ และรับมือได้ถูกต้อง   ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคเกร็ดเลือดต่ำว่ามีสาเหตุมาจากอะไร  ซึ่ง โรคเกล็ดเลือดต่ำ ( ITP immune thrombocytopenic purpura) เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเกิดการต่อต้านเกล็ดเลือดที่อยู่ในกระแสเลือดของตัวเอง

ภาวะของการเกิดเกล็ดเลือดต่ำ
แพทย์ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดโรคเกล็ดเลือดต่ำ แต่มีข้อสันนิษฐานว่าผู้ที่เป็นอาจได้รับเชื้อไวรัสบางชนิด แล้วร่างกายมีภาวะภูมิคุ้มกันโดยการสร้างแอนตี้บอดี้ไปทำลาย แต่แอนตี้บอดี้อาจหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด จึงเกิดการทำลายเกล็ดเลือดของผู้ป่วยเอง ในขณะเดียวกันเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวยังคงทำงานปกติ ซึ่งโรคเกล็ดเลือดต่ำ สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ แต่จะพบบ่อยในเด็กอายุ 2-6 ขวบ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง สำหรับเด็กทีเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ แม้จะสามารถสร้างภูมิต้านทานได้แล้ว แต่ก็ทำให้อาจได้รับไวรัสบางชนิดหรือแม้แต่การหยิบจับสิ่งของ หากพบในเด็กที่อายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ทำให้มีโอกาสเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำชนิดเรื้อรัง( CHRONIC ITP) ได้สูงขึ้น

อาการที่เห็นได้ชัดของโรคเกล็ดเลือดต่ำ
ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ในภาวะปกติระดับเกล็ดเลือดจะต้องอยู่ที่ 150,000 – 400,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร  ซึ่งเกล็ดเลือดจะมีหน้าที่ช่วยห้ามเลือดที่เกิดจากบาดแผล และจะทำการจับตัวกันเป็นก้อนที่ผนังของหลอดเลือด เพื่อทำการหยุดการไหลของเลือด  อาการของโรคเกล็ดเลือดต่ำจะเห็นได้ว่ามีรอยฟกช้ำ จ้ำเลือด ในบริเวณที่ไม่น่าจะเกิดการกระทบหรือกระแทกง่ายอย่างบริเวณลำตัว หน้าท้อง หรือหลัง โดยใช้เวลานานเป็นสัปดาห์กว่าจะหาย หรือหากมีการชนหรือกระแทก อาการเขียวช้ำอาจจะนานมากที่รอยจะจางลง และมากกว่าที่ควรจะเป็น  บางคนมีเลือดกำเดาไหลนาน และไม่หยุดทั้งๆ ที่กดห้ามเลือดอย่างถูกวิธีแล้ว

การรักษาโรคเกล็ดเลือดต่ำ ขึ้นอยู่กับระดับของเกล็ดเลือดอาจสังเกตอาการ ไม่ให้เกิดการกระทบกระแทก และหลีกเลี่ยงการฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดบาดแผลที่ทำให้เลือดออก แต่หากเกล็ดเลือดมีระดับต่ำมาก ไม่ถึง 20,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร จำเป็นต้องได้รับการรักษาเนื่อง ซึ่งแพทย์จะรักษาด้วยการให้ยาสำหรับยับยั้งการทำลายเกล็ดเลือด IVIG ซึ่งเป็นวิธีรักษามาตรฐานที่ได้ผลวิธีหนึ่ง   


สถานะ : Public

Friday, September 8, 2017

ผู้ที่มีอาการต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเลือดออกผิดปกติ

เมื่อเกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำ..แล้วเพิ่งรู้ตัว!!! ควรพบแพทย์เมื่อใด?

ผู้ที่มีอาการต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเลือดออกผิดปกติ  ไม่ว่าจะเป็นมีเลือด ออกที่เยื่อเมือกบุช่องปาก จุดเลือดออกตามตัว  เลือดออกตามไรฟัน หรือมีจ้ำเลือดตามตัว มีประจำเดือนมากผิดปกติ มีเลือดออกจากทางเดินอาหาร ถ่ายอุจจาระสีดำเหมือนเส้นผม  ปัสสาวะเป็นเลือด หรือเมื่อมีเลือดออกหากเกิดบาดแผลหรือการถอนฟันเลือดจะหยุดยาก อาการที่เกิดขึ้นของโรคเกล็ดเลือดต่ำ หากมีจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือด หรือมีเลือดออกผิดปกติที่ใด บางคนอาจมีอาการปวดศีรษะ ซึมลง อาเจียนพุ่ง  จะต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน เพราะอาจมีเลือดออกในสมอง ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาทันท่วงที

การดำเนินการของแพทย์เมื่อผู้ป่วยมีเกล็ดเลือดต่ำ?
เมื่อสงสัยผู้ป่วยมีเกล็ดเลือดต่ำแพทย์จะดำเนินการ ด้วยการซักประวัติโดยละเอียดของผู้ป่วยก่อน ดูว่าผู้ป่วยโรคเกล็ดเลือดต่ำ มีประวัติเลือดออกที่ตำแหน่งใดบ้าง  แพทย์จะซักประวัติการใช้ยามาก่อนและต้องดูประวัติว่ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ อย่างการติดเชื้อนำมาก่อน การฉีดวัคซีนบางชนิดของเด็กที่อาจสัมพันธ์กับการมีเกล็ดเลือดต่ำ อย่างในโรค ITP หรือมีอาการปวดข้อ แพ้แสงแดด มีผมร่วง มีผื่น หรือมีภาวะซีดร่วมด้วยหรือไม่ ซึ่งมักพบในโรคเอสแอลอี ซึ่งแพทย์จะแยกว่าเลือดที่ออกเป็นเลือดออกเฉพาะที่ หรือเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำ อย่างการมีหลอดเลือดฝอยที่ผนังกั้นกลางจมูกผิดปกติ ทีส่งผลทำให้เกิดเลือดกำเดานั้น เกิดจากหลอดเลือดเปราะแตกง่าย ทำให้มีเลือดกำเดาออกอยู่ที่เดียว แต่หากเป็นจากเกล็ดเลือดต่ำ จะมีเลือดออกหลายๆที่ ซึ่งลักษณะของเลือดออกพอจะบอกได้ว่าจากเกล็ดเลือดต่ำหรือจากเลือดที่ออก หรือเกิดจากปัจจัยการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  
ข้อควรระวังเมื่อเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ
การตรวจพิสูจน์ว่าเกล็ดเลือดต่ำตามที่สงสัยจากประวัติและการตรวจร่างกาย ซึ่งอาจมีการเจาะเลือดเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นโรค เอสแอลอี หรือไม่ หากบางโรคที่ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ อาจรอเฝ้าดูให้เกล็ดเลือดสูงขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์  การรักษาของแพทย์จะรักษาตามความรีบด่วนของอาการ และรักษาตาม หากมีเลือดออกมากต้องห้ามเลือด และให้เกล็ดเลือดทดแทนก่อน  ส่วนข้อควรระวังเมื่อมีเกล็ดเลือดต่ำคือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการต่างๆ อย่างการฉีดยา ถอนฟัน หรือ ผ่าตัด  ข้อปฏิบัติเมื่อมีเลือดออกคือ ให้ใช้ผ้าสะอาดหรือสำลีแห้งกดไว้เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมาก หากมีเลือดกำเดาออกให้ก้มหน้าบีบจมูก พร้อมกับหายใจทางปาก แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป 


สถานะ : Public

Monday, June 12, 2017

เกล็ดเลือดต่ำเกิดจากสาเหตุสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากการสร้างจากไขกระดูกได้น้อย

สาเหตุของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ร้ายแรงแค่ไหน???

เกล็ดเลือดต่ำเกิดจากสาเหตุสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจากการสร้างจากไขกระดูกได้น้อย สาเหตุจากมะเร็งเม็ดเลือดขาว  สาเหตุจากโรคมะเร็งต่อมหมวกไต และโรคมะเร็งอื่นๆ หรือแม้แต่การเกิดเกล็ดเลือดต่ำอาจมาจากการได้รับยาบางชนิดที่ไปกดการสร้างเม็ดเลือดที่ไขกระดูก อย่างยาในกลุ่มยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง ในกรณีที่มีภาวะไขกระดูกฝ่อ หรือที่เรียกว่า โลหิตจางอะพลาสติก (Aplastic anemia) ซึ่งไขกระดูกจะสร้างเม็ดเลือดทุกชนิดได้น้อยมาก รวมทั้งการสร้างเกล็ดเลือดด้วย

ภาวะที่ไขกระดูกถูกกดเบียดจากโรคมะเร็งกระจายเข้าในไขกระดูก อย่าง โรคเกล็ดเลือดถูกทำลายมากหรือโรคเอสแอลอี (SLE, Systemic lupus erythematosus)  ซึ่งโรคนี้มักจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย อย่างการเกิดผื่นบริเวณผิวหนังที่เกิดจากการแพ้แสงแดด  ผมร่วง การมีแผลในช่องปากเป็นแผล ปวดข้อ ฯลฯ นอกจากนี้มียาจำนวนมากที่อาจทำให้เกล็ดเลือดต่ำ จากภูมิต้านทานทำลายเกล็ดเลือดหรือปฏิกิริยาอิมมูน (Immune)  ซึ่งพบบ่อยในยาเฮพาริน (Heparin) ซึ่งเป็นยาต้านการแข็งตัวของเลือดซึ่งมีการใช้บ่อยในโรคที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด

โรคที่มีการสร้างภูมิต้านทานทำลายเกล็ดเลือดอย่างเดียวโดยที่ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ  อย่างโรค ไอทีพี (ITP, Immune thrombocytopenia  โรคนี้มักมีเกล็ดเลือดต่ำแบบเฉียบพลัน หากเป็นในเด็กอาจมีการติดเชื้อไวรัสนำมาก่อน หรือมีประวัติฉีดวัคซีนบางชนิด ส่วนในผู้ใหญ่มักมีอาการค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการทำลายเกล็ดเลือดส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน มาทำลายเกล็ดเลือดเอง อย่างในโรคที่เรียกว่าเกล็ดเลือดถูกบีบ หรือ Squeeze ไปอยู่ในที่หนึ่งที่ใดมากเกินไปหรืออยู่ในก้อนที่มีหลอดเลือดผิดปกติ ( Hemangioma ) ยังผลให้เกล็ดเลือดในกระแสเลือดลดลง

บาคนที่เกิดภาวะเกล็ดเลือดต่ำเพราะมีปริมาณน้ำในร่างกายมาก (Dilutional thrombocy topenia) พบในผู้ที่ได้รับน้ำเกลือ หรือสารน้ำคอลลอยด์ ทางหลอดเลือดดำมากเกินไป หรือได้รับส่วนประกอบอื่นๆของเลือดในปริมาณมาก ซึ่งอาจได้รับเฉพาะแต่เม็ดเลือดแดง หรือ เฉพาะแต่เม็ดเลือดขาว แต่ไม่ได้รับเกล็ดเลือดร่วม อาจพบในระยะท้ายๆของการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีปริมาณสารน้ำในเลือดสูงขึ้น แต่ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ เกล็ดเลือดมักไม่ต่ำมาก

Wednesday, May 10, 2017

โรคเกล็ดเลือดต่ำ หรือ (Thrombocytopenia) เป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิด...

เรียนรู้ลักษณะโรคเกล็ดเลือดต่ำ...ตั้งแต่เริ่มมีอาการครั้งแรก!! 
โรคเกล็ดเลือดต่ำ หรือ (Thrombocytopenia) เป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกผิดปกติอย่างรุนแรง ซึ่งผู้ป่วยบางรายมีเกล็ดเลือดต่ำมาก หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจเกิดการเสียชีวิตจากอาการเลือดออกจนหมดตัวได้ ซึ่งสาเหตุของเกล็ดเลือดต่ำมีหลายอย่าง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะ สามารถทำให้ผู้ป่วยหายและมีชีวิตเป็นปกติได้

อาการของภาวะเกล็ดเลือดต่ำ?
เกล็ดเลือด (Platelet) ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเม็ดเลือดที่อยู่ในกระแสเลือด ซึ่งในกระแสเลือดของเรานั้นมีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด โดยมีหน้าที่สำคัญทำให้เลือดอยู่ในภาวะปกติ และต้องไม่ทำให้เกิดเลือดออกง่าย แต่หยุดยาก ซึ่งจำนวนและหน้าที่ของเกล็ดเลือดจะต้องปกติ  คนที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำเพียงเล็กน้อยอาจไม่มีอาการอะไร และไม่มีเลือดออกที่ใดให้เห็น หากแต่เมื่อเกล็ดเลือดต่ำถึงระดับหนึ่งแล้ว จะมีอาการที่ชัดเจนคือเลือดออก ซึ่งอาการเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำ มักเกิดที่บริเวณผิวหนังที่เป็นจุดๆ เหมือนมีเลือดออกแดงๆ คล้ายกับยุงกัด กดแล้วไม่จางหายไป  บางคนมีอาการเป็นจ้ำเลือดออกตื้นๆ ซึ่งชาวบ้านมักจะเรียกว่า ‘พรายย้ำ”

อาการเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำที่เป็นจ้ำเลือดปกติ  หากคลำดูจะเรียบแต่อาจจะมีไตแข็งเท่ากับเมล็ดถั่วเขียว ซึ่งอยู่ตรงกลางจ้ำเลือดซึ่งจะมีสีม่วงปนเหลืองเนื่องจากเม็ดเลือดแดงที่อยู่ในตำแหน่งเลือดออกจะแตกตัวเป็นสารสีเหลืองทำให้สีจ้ำเลือดจะไม่สม่ำเสมอ แล้วแต่การแตกตัวของเม็ดเลือดแดงก่อนหลัง หากมีจ้ำเป็นสีน้ำตาลเสมอกันอาจไม่ใช่จ้ำเลือด อาจเกิดจากการแพ้ยาบางชนิด ที่เรียกว่า fixed drug eruption ซึ่งบางคนอาจมีเลือดออกแถวบริเวณเยื่อเมือกบุในช่องปาก หรือเลือดออกที่เหงือก ส่วนในหญิงที่มีประจำ เดือนอาจมีเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ แต่บางคนปัสสาวะออกมาเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระมีเลือดปน  

อาการเลือดออกที่เกิดจากเกล็ดเลือดต่ำเพียงสาเหตุเดียว ส่วนใหญ่มักไม่มีเลือดออกในข้อหรือในกล้ามเนื้อลึกๆ  ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวเกิดขึ้นจะต้องหาสาเหตุของเลือดออกจากปัจจัยการแข็งตัวของเลือดผิดปกติด้วย

Monday, January 30, 2017

หากพูดถึงโรคเกล็ดเลือดต่ำ..บางคนอาจจะนึกถึงตอนมีอาการเลือดกำเดาไหลออกมา

ปัจจัยในการเสี่ยงของการเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ... มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ??
หากพูดถึงโรคเกล็ดเลือดต่ำ..บางคนอาจจะนึกถึงตอนมีอาการเลือดกำเดาไหลออกมา แต่คงไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร บ้างก็ว่าจากความร้อนจนทำให้เส้นฝอยในจมูกแตกจากอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลทำให้เลือดออกนานเกิน 15 นาที   บางคนอาจจะมีจุดแดงๆ ขึ้นที่บริเวณผิว ซึ่งดูเผินๆคล้ายกับรอยยุงกัด  ซึ่งอาการดังกล่าวอาจเป็นการบ่งบอกว่าคุณกำลังเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ แต่โรคนี้จะมีสาเหตุเกิดมาจากอะไร และจะมีวิธีในการป้องกันโรคได้อย่างไรกันบ้าง??

ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเกล็ดเลือดต่ำ
สาเหตุของการเกิดของโรคเกล็ดเลือดต่ำอาจจะไม่ระบุเป็นที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคเกล็ดเลือดต่ำได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเชื้อไวรัสบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย และมีการฟักตัวจนเกิดเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ หรือแม้แต่ผู้ที่อยู่ในภาวะโลหิตจาง หรือโรคธาลัสซีเมีย ซึ่งทำให้จำนวนเม็ดเลือดแดงมีลดจำนวนลง ร่างกายมีการเสียเลือดมากจากการเกิดอุบัติ เหตุต่างๆ  และผู้ที่มีปัญหาเป็นโรคเกี่ยวกับเลือดต่างๆ  อย่างการมีเลือดออกแบบผิดปกติ หรือเป็นโรคซีด หรืออาจจะเกิดจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ เต็มไปด้วยมลภาวะในอากาศ แต่โรคนี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมาก่อน

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกล็ดเลือดต่ำ
การได้รับสารเคมีบางอย่างจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และการรับประทานอาหารที่มีสารเคมีปะปนอยู่ อีกทั้งผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือระบบน้ำเหลืองต่างๆ ผิดปกติ และผู้ที่อยู่ในภาวะภูมิต้านทานโรคบกพร่อง หรือร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถต่อสู้กับโรคต่างๆ ได้ โรคเกล็ดเลือดต่ำยังเกิดขึ้นได้กับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ  และเกิดจากเซลล์พลาสม่าที่ผิดปกติ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างแอนติบอดี้ได้  เม็ดเลือดแดงเกิดการแตกแบบฉับพลัน  ทำให้ภาวะที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก และอาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร และผู้ที่ป่วยด้วยโรค SLE หรือโรคภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่องฯลฯ
 
วิธีการป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นจากการเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ จะต้องหมั่นระมัดระวังตนเองจากการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเลือดไหลไม่หยุด และหากต้องการจะทำการถอนฟัน หรือทำการรักษาโรคใดๆ ควรแจ้งแพทย์เสมอว่าตนเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำ และต้องไม่ออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อภาวะของการเกิดการกระแทกที่จะทำให้เลือดออกได้ง่าย ซึ่งอาจเปลี่ยนกิจกรรมไปเป็นการว่ายน้ำแทน ที่สำคัญควรรับประทานยาหรือปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์ผู้ทำการรักษาอย่างเคร่งครัด