Showing posts with label รูมาตอยด์. Show all posts
Showing posts with label รูมาตอยด์. Show all posts

Sunday, September 24, 2017

ข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคที่รักษาได้

เชื่อหรือไม่??? กายภาพบำบัดช่วยรักษาโรครูมาตอยด์ได้ ??

http://rheumatoid.lnwshop.com/

ข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นโรคที่รักษาได้ และสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับข้อส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ป้องกันและรักษาได้  ที่สำคัญการรักษาโรครูมาตอยด์ ต้องอาศัยการกินยาแอสไพรินอย่างสม่ำเสมอนานเป็นเดือน ๆ หรือเป็นปี รวมทั้งอาจมียาอื่นๆ ตามคำแนะนำของแพทย์เฉพาะทางเพื่อรักษาอาการให้หายเร็วขึ้น ซึ่งกว่าอาการของโรครูมาตอยด์จะทุเลาจนร่างกายเกือบเป็นปกตินั้น จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3-4  เดือน แต่จะต้องกินยาแอสไพรินติดต่อกันไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้สึกแข็งแรงจนเป็นปกติแล้ว จึงค่อย ๆ หยุดยา ....ว่ากันว่านอกจากการกินยาแล้ว การหันมาออกกำลังกายและทำกายภาพบำบัดก็สามารถช่วยให้หายจากโรคนี้ได้ ??

กายภาพบำบัด..แสงสว่างของผู้ป่วยรูมาตอยด์
นอกจากการกินยาแอสไพรินหรือยาตามที่แพทย์จัดให้แล้ว ผู้ป่วยรูมาตอยด์จะต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น ที่สำคัญจะต้องมีความอดทนและมีกำลังใจและหันมาฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อและข้อต่าง ๆ แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะไม่มีวิธีหรือยาวิเศษใด ๆ ในโลกนี้ขณะนี้ที่จะทำให้โรคที่เป็นอยู่หายได้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งการรักษาทางกายภาพบำบัดเป็นหัวใจของการรักษาโรครูมาตอยด์ ที่มีความสำคัญรองจากยาระงับอาการอักเสบ อย่างแอสไพริน เพราะการที่ผู้ป่วยจะฟื้นฟูสมรรถภาพของข้อต่าง ๆ  เพื่อให้ใช้งานได้ดีที่สุดเพียงใดขึ้นอยู่ที่ส่วนนี้

ลดอาการปวดรูมาตอยด์ด้วยกายภาพบำบัด
การทำกายภาพบำบัดของผู้ป่วยรูมาตอยด์สามารถทำได้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการประคบน้ำอุ่น ซึ่งการแช่หรืออาบน้ำอุ่น จะช่วยลดความเจ็บปวดและอาการฝืดของข้อได้ โดยผู้ป่วยอาจจะต้องใช้เวลาประคบประมาณ  15 นาที  แล้วพยายามกัดฟันขยับตามส่วนต่างๆ ของข้อที่ปวด หรือบวมอย่างช้า ๆ  ครั้งแรกของการทำกายภาพข้อจะปวดมากเวลาขยับ แต่เมื่อเคลื่อนไหวให้สุดแรงอย่างเต็มที่แล้ว (อย่างการกำมือและเหยียดเต็มที่)ประมาณ 3-5 ครั้ง ความฝืดและความเจ็บปวดจะค่อย ๆ ลดลง  ซึ่งผู้ป่วยควรพยายามขยับตามข้ออย่างช้า ๆ ท่าละ 10 ครั้ง แล้วทำซ้ำใหม่ทุก  1-2 ชั่วโมง จะช่วยลดอาการเจ็บปวดทรมานในระยะยาวได้ดี

การฝึกท่ากายบริหารหรือกายภาพบำบัดของผู้ป่วยรูมาตอยด์นี้ ควรเริ่มทำภายหลังจากเริ่มกินยาแอสไพรินไปแล้ว ประ มาณ 1 สัปดาห์ หากเกิดอาการปวดมากเกินไปก็อย่าเพิ่งหักโหม แต่ให้ค่อยๆ ขยับตามข้อต่างๆไว้ก่อน พยายามทำเฉพาะท่าที่พอทำได้ พยายามอาบน้ำอุ่นจัด ๆ ในตอนเช้า จะทำให้ทุเลาความฝืดและเจ็บปวดได้มาก   

Friday, September 8, 2017

การรักษาโรครูมาตอยด์ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะอาศัยความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้า

โรครูมาตอยด์...แค่กินยาแอสไพรินก็หายได้จริงหรือ??
การรักษาโรครูมาตอยด์ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะอาศัยความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้า  ซึ่งพบว่ามียาระงับข้ออักเสบ มากมายหลายสิบอย่าง หลายๆ คนที่เกิดอาการป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ หากรีบทำการรักษาอย่างถูกวิธีอาจทำให้โรคดังกล่าวค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ แต่หากปล่อยไว้โดยคิดว่าไม่เป็นอะไร อาจส่งผลร้ายต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะภาวะแทรก ซ้อนของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เพราะหากปล่อยให้เป็นโรครูมาตอยด์จนเรื้อรัง และมีข้อผิดรูปจนเกิดความพิการในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงแล้ว การเกิดภาวะแทรกซ้อนอาจเกิดขึ้นในอวัยวะอื่นๆ ได้   ทางที่ดีควรรักษาอย่างต่อเนื่องจนหายเป็นปกติหรือดีขึ้นด้วยวิธีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการกินยาแอสไพรินที่จะต้องมีติดตัวไว้ตลอดสำหรับผู้ป่วยรูมาตอยด์

โรครูมาตอยด์รักษาด้วยการใช้ยาแอสไพริน
การใช้ยาระงับปวดข้อหรือไขข้ออักเสบของโรครูมาตอยด์  ส่วนใหญ่จะใช้ ยาแอสไพริน  ซึ่งเป็นยาเก่าแก่ที่ใช้กันมากว่าหนึ่งร้อยปี แต่ต้องกินในขนาดที่ถูกต้องและนานพอ ซึ่งยาที่ใช้ได้ผลดีมากทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ จะอยู่ที่ประมาณ 60-80 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก  1  กิโลกรัมต่อวัน แบ่งให้วันละ  3-4 ครั้ง หลังอาหารและกินร่วมกันกับยาน้ำลดกรดหรือยาเคลือบกระเพาะ  เมื่อกินติดต่อกันทุกวันภายในสัปดาห์แรก จะพบว่าอาการปวดข้อทุเลาลง ส่วนผู้ที่มีอาการไข้ก็จะหายไป  สัปดาห์ที่สองหากมีอาการบวม ตึง ของข้อต่าง ๆ จะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ และเริ่มขยับข้อได้ดีขึ้น  

ยาแอสไพรินดีต่อใจแค่ไหน..กับรูมาตอยด์
ผู้ป่วยที่มีอาการรูมาตอยด์ มีอาการข้ออักเสบจะดีขึ้นมากหลังจากการกินยาแอสไพรินเพียงอย่างเดียว แต่หากใครที่กินแอสไพรินแล้วมีอาการแสบท้อง ปวดท้อง หรือระคายกระเพาะ ควรพยายามกินยาลดกรดเพิ่มขึ้น แม้ว่าในปัจจุบันมียาระงับการอักเสบหลายสิบชนิด แต่ก็ยังไม่มียาตัวไหนที่มีฤทธิ์ระงับอาการอักเสบของโรครูมาตอยด์ได้ดีกว่าแอสไพริน และยานี้ก็ใช้ได้ปลอดภัยมากในระยะยาว และยังเป็นยาที่ถูกที่สุดในบรรดายาระงับข้ออักเสบทั้งหลายหากเทียบกับยาอื่นที่มีราคาแพงและอาจมีผลข้างเคียงบางอย่างที่ไม่คาดคิดอีกด้วย

กว่าอาการจะทุเลาจนร่างกายเกือบเป็นปกติจากโรครูมาตอยด์นั้น จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ  3-4 เดือน แต่จะต้องกินยาแอสไพรินติดต่อกันไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้สึกแข็งแรงจนเป็นปกติแล้วจึงค่อยหยุดยา    


สถานะ : Public

Monday, June 12, 2017

ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จากการศึกษาของหน่วยไขข้ออักเสบและรูมาติสซั่มของโรงพยาบาลศิริราช

ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยโรครูมาตอยด์

http://rheumatoid.lnwshop.com/

ในช่วง  7 ปีที่ผ่านมา จากการศึกษาของหน่วยไขข้ออักเสบและรูมาติสซั่มของโรงพยาบาลศิริราช มีผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์มากกว่า 600 ราย  ส่วนใหญ่จะพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งอายุที่เป็นกันมากคือช่วงวัย 20-50  ปี โดยโรครูมาตอยด์ สามารถพบได้ในผู้ป่วยทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กอายุ  4 เดือน ไปจนถึงคนแก่อายุ 80  ปีเศษเลยทีเดียว

การวินิจฉัยโรครูมาตออยด์
มีโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดข้ออักเสบเรื้อรังอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็น โรคลูปัส โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โรคข้อที่เกิดในผู้ป่วยโรคต่อมไร้ท่อ  หรือโรคข้ออักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ ฯลฯ  ซึ่งแพทย์จะอาศัยข้อมูลต่างๆ เพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ที่เลียน แบบออกไปก่อน แล้วจึงค่อยยืนยันการวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จากการเจาะเลือดส่งตรวจทางน้ำเหลือง คือ สารรูมาตอยด์และแอนติบอดี้ต่อซีซีพี  หากผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ถึงขั้นรุนแรงและเป็นมานานหลายเดือน จะเห็นได้จากการตรวจภาพรังสีมือและเท้าที่ส่วนใหญ่มักพบลักษณะการถูกทำลายของข้อซึ่งบ่งชัดว่าเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

เมื่อไหร่ที่คุณควรสงสัยว่าตัวเองเป็นโรครูมาตอยด์
ซึ่งอาการของโรคนี้จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนใหญ่อาการตะปรากฏในข้อที่เริ่มมีการอักเสบก่อนโดยเฉพาะข้อมือ ข้อนิ้วมือ ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า และ ข้อไหล่ ข้อศอก โดยจะรู้สึกปวดทรมานและเป็นทั้งสองข้างพร้อม ๆกัน หรือในเวลาไล่เลี่ยกัน และไล่ๆ ตามไปทั่วทุกข้อของร่างกายตั้งแต่ข้อขากรรไกรสองข้าง ลงมากระดูกข้อต้นคอ ข้อกระดูกไหปลาร้า ข้อไหล่ข้อศอก ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ ฯลฯ  

ข้อปฏิบัติเมื่อรู้ตัวว่าเป็นโรครูมาตอยด์
ผู้ป่วยและญาติควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรครูมาตอยด์และการใช้ยาต่างๆ ที่ใช้รักษาโรคนี้  ที่สำคัญควรทราบถึงการทำกายภาพบำบัดที่ถูกต้อง เพื่อช่วยลดอาการเจ็บปวดและวิธีปฏิบัติต่อตนเองเพื่อป้องกันความพิการที่อาจจะเกิดขึ้นได้  และที่สำคัญหากมีอาการมากเกินไปผู้ป่วยไม่ควรปรับขนาดยาโดยพลการหรือซื้อยามากินเอง และไม่ต้องแบ่งปันยาของตนเองไปให้ผู้อื่น ควรเข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัด

หากสงสัยว่าจะเป็นหรือมีอาการลักษณะเดียวกับโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่นๆ เพระโรครูมาตอยด์หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและถูกวิธีตั้งแต่ในช่วงระยะแรก อาจทำให้โรครูมาตอยด์เรื้อรังชนิดนี้เข้าสู่ภาวะสงบโดยที่ไม่เกิดความพิการหรือภาวะแทรกซ้อนตามมา


Wednesday, May 10, 2017

แม้โรครูมาตอยด์จะเป็นที่คุ้นหูมานาน แต่เชื่อว่าจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าโรคนี้คืออะไร

รู้ช้าเสี่ยงพิการจริงหรือ??..กับอาการโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
แม้โรครูมาตอยด์จะเป็นที่คุ้นหูมานาน แต่เชื่อว่าจะมีสักกี่คนที่รู้ว่าโรคนี้คืออะไร หากใครที่ไม่เป็นจะไม่มีโอกาสรู้เลยว่า โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จะมีความทุกข์ทรมานมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดรองจากโรคข้อเสื่อม  หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจเกิดภาวะทุพพลภาพ เพาะการเคลื่อนที่ของข้อหลุดส่งผลทำให้เกิดการผิดรูป แต่โรคนี้ไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมและไม่ใช่โรคติดต่อจึงไม่สามารถแพร่กระจายไปยังบุคคลอื่น

สาเหตุของโรครูมาตอยด์
สาเหตุของการเกิดโรคไขข้ออักเสบรูมาตอยด์เป็นเพราะความผิดปกติของเซลล์ต่างๆ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันเป็นต้นเหตุที่ทำให้เยื่อบุข้ออักเสบ มีการสร้างน้ำในข้อเพิ่มขึ้นส่งผลทำให้กระดูกอ่อนถูกทำลายและกระดูกในข้อกร่อน ปลอกหุ้มข้อรวมทั้งเอ็นรอบข้อหลวมเกิดการฉีกขาด ทำให้ข้อเคลื่อนหลุดและผิดรูป

อาการของโรครูมาตอยด์
อาการของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หากใครเป็นสังเกตได้จากอาการปวด บวมและกดเจ็บ มีน้ำในข้อ มีการขยับเคลื่อนไหวข้อได้น้อยลงเนื่องจากเจ็บปวดมาก และมีการอักเสบของข้อพร้อมกันหลายๆ ข้อทั้งสองฝั่งของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อเล็กๆ ของนิ้วมือ นิ้วเท้า ข้อเท้า ข้อมือข้อศอก รวมถึงข้อไหล่ ซึ่งอาการจะเพิ่มความปวดของข้ออักเสบอีกเรื่อยๆ  จนกลายเป็นข้ออักเสบเรื้อรัง  และอาจพบปุ่มรูมาตอยด์ที่ผิวหนังด้านหลังแขน ที่ต่ำจากปลายศอกลงมา หรือพบบริเวณนิ้วมือหรือข้อมือ มีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด ซึ่งอาการส่วนใหญ่เริ่มจากการฝืดตึงตามข้อต่างๆ โดยเฉพาะที่ข้อนิ้วมือเวลาตื่นตอนเช้า ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกำมือได้เต็มที่หรือลุกขึ้นจากเตียงนอนลำบาก  

โรครูมาตอยด์สามารถรักษาให้หายขาดได้
มีการศึกษาพบว่าโรครูมาตอยด์จะมีความรุนแรงมากในช่วงระยะ  2–3  ปีแรก หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ที่ทราบว่าตัวเองเป็น และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้โรคสงบลงหรือหายขาดได้ รูมาตอยด์เป็นโรคข้ออักเสบซึ่งเป็นโรครุนแรงและเรื้อรัง จนทำลายโครงสร้างต่างๆ ของข้อในร่างกายและทำให้เกิดความพิการหรือเสียชีวิตได้  หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง  ซึ่งหากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีและเหมาะสมจนกระทั่งสามารถควบคุมโรคได้ดี จะสามารถมีชีวิตที่เป็นปกติสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป  


Monday, January 30, 2017

โรครูมาตอยด์ เป็นหนึ่งในโรคที่เกี่ยวข้องกับข้อเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่การเจริญของเยื่อบุข้อ

โรครูมาตอยด์ ...ร้ายแรงแค่ไหน...รักษาอย่างไรให้ขาด

โรครูมาตอยด์ เป็นหนึ่งในโรคที่เกี่ยวข้องกับข้อเสื่อม ซึ่งเป็นโรคที่การเจริญของเยื่อบุข้อมากผิดปกติจนทำให้เกิดการลุกลามและทำลายกระดูก ส่งผลทำให้ตามข้อต่างๆ เสียหายพบบ่อยมากเป็นลำดับที่ 2  ของโรคข้อเสื่อม ว่ากันว่าอาการระยะแรกของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้จะมีความทุกข์ทรมานจากข้ออักเสบหลายๆ ข้อพร้อมกัน หากเป็นโรครูมาตอยด์ แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะทำให้ข้อเคลื่อนที่ผิดรูปจนส่งผลทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพขึ้น  ซึ่งหลายๆ คนยังไม่ทราบว่าโรครูมาตอยด์นั้น ร้ายแรงแค่ไหน เมื่อเป็นแล้วจะสามารถทำการรักษาให้หายขาดได้หรือไม่มาดูวิธีกันครับ  

1.โรครูมาตอยด์ รักษาด้วยวิธีการที่ไม่ใช้ยา
การรักษาโรครูมาตอยด์แบบที่ไม่ต้องใช้ยาคือ การปฏิบัติตัวด้วยการใช้วิธีการทางเวชศาสตร์ฟื้นฟู  ส่วนหนึ่งคือการบริหารร่างกายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อคงและ/เพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อ อีกทั้งการใช้กายอุปกรณ์และอุปกรณ์เสริม  ที่จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและส่งเสริมให้ข้อสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่

2.โรครูมาตอยด์ รักษาด้วยยา
ยาที่ใช้ในการรักษาโรครูมาตอยด์ ประกอบไปด้วยยาบรรเทาอาการปวด ซึ่งเป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์  เป็นยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ขนาดต่ำ  หรือยาต้านข้ออักเสบรูมาตอยด์ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนการดำเนินโรคและสารชีวภาพ  โดย แพทย์มีจุดมุ่งหมายในการควบคุมโรคให้สงบ ด้วยการใช้ยาเหล่านี้ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ไม่มีข้ออักเสบหลงเหลืออยู่  หรือมีภาวะข้ออักเสบระดับต่ำเกือบสงบ ก่อนพิจารณาเลือกใช้ยาดังกล่าว แพทย์จะทำการประเมินสุขภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย และเลือกตามความเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

3.โรครูมาตอยด์ รักษาด้วยการผ่าตัด
กรผ่าตัดเมื่อเป็นโรครูมาตอยด์ แพย์จะทำการพิจารณาในรายที่ข้อถูกทำลายอย่างมาก ส่งผลทำให้ข้อมีการผิดรูปมากเกินไป ทำให้ไม่สามารถใช้ข้อทำงานได้อย่างปกติ  การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย เพื่อให้ข้อสามารถกลับมาทำงานใหม่ได้อย่างเหมาะสม  ควรการทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัดร่วมด้วย

หากอาการ โรค รูมาตอยด์ รุนแรงมากขึ้น ควรรีบไปรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้รวดเร็วมากที่สุด เพื่อเป็นการควบคุมดูแลไม่ให้โรครูมาตอยด์  ลุกลามมากขึ้นกว่าเดิม